โรคภัยไข้เจ็บในสัตว์เลี้ยงนั้นเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะปัญหาพยาธิหนอนหัวใจแมวที่มักถูกมองข้ามเพราะผู้เลี้ยงหลายคนเข้าใจผิดว่าโรคนี้พบได้เฉพาะในสุนัขเท่านั้น ทั้งที่จริงแล้ว โรคพยาธิหนอนหัวใจแมวถือเป็นโรคที่ยังพบได้ในประเทศไทย แถมยังมีความอันตรายถึงชีวิต แม้ว่าจะเลี้ยงน้องแมวให้อยู่แต่ในบ้าน แต่ยุงที่เป็นพาหะก็ยังสามารถบินเข้ามาปล่อยเชื้อในบ้านได้ตลอดเวลา หากปล่อยให้น้องแมวเป็นพยาธิหนอนหัวใจโดยไม่ป้องกันหรือรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนในระบบทางเดินหายใจรุนแรง หรือการเสียชีวิตอย่างฉับพลันได้ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับพยาธิหนอนหัวใจในแมว รวมถึงแนวทางการป้องกันอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทาสแมวทุกท่านไม่ควรมองข้าม
Key Takeaways
- พยาธิหนอนหัวใจแมวเกิดจากพยาธิตัวกลมชนิด Dirofilaria immitis ซึ่งมียุงเป็นพาหะ แม้เลี้ยงแมวระบบปิดหรือเลี้ยงให้อยู่แต่ในบ้านก็มีโอกาสติดเชื้อได้
- อาการแมวเป็นพยาธิหนอนหัวใจระยะแรกมักสังเกตเห็นได้ยาก แต่อาจพบได้บ้าง เช่น ไอเรื้อรัง เบื่ออาหาร หรืออาเจียน แต่หลายกรณีมักพบอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบากและเสียชีวิตอย่างกะทันหัน
- พยาธิหนอนหัวใจ รักษาหายไหม ? ปัจจุบันการรักษาในแมวยังไม่มียาฆ่าพยาธิหนอนหัวใจสำหรับแมวโดยเฉพาะเหมือนในสุนัข การดูแลจึงเน้นการรักษาตามอาการ ด้วยเหตุนี้ การใช้ยาป้องกันพยาธิหนอนหัวใจจึงเป็นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุด
สารบัญบทความ
พยาธิหนอนหัวใจแมวคืออะไร เกิดจากอะไร?
พยาธิหนอนหัวใจแมว คือปรสิตที่อาศัยอยู่ในหลอดเลือดของน้องแมว มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Dirofilaria immitis มียุงเป็นพาหะนำโรคหลัก เมื่อยุงกัดสัตว์ที่มีเชื้อแล้วมาส่งต่อให้น้องแมว ตัวอ่อนของพยาธิจะเข้าสู่กระแสเลือดและเจริญเติบโตไปอาศัยอยู่ในหลอดเลือดปอดและหัวใจ ทำให้เกิดการอักเสบ อุดตัน ในรายที่รุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
แม้เรามักได้ยินเรื่องพยาธิหนอนหัวใจในน้องหมาและน้องแมวกันอยู่เป็นประจำ แต่พยาธิหนอนหัวใจในน้องหมาและน้องแมวมีความแตกต่างกันตรงที่น้องแมวไม่ใช่โฮสต์หลักโดยธรรมชาติ โอกาสที่พยาธิจะเจริญเติบโตเป็นตัวแก่ในน้องแมวนั้นมีน้อยกว่าในน้องหมา น้องแมวบางตัวอาจโชคดีที่ติดพยาธิหนอนหัวใจแต่ไม่เกิดความผิดปกติใด ๆ แต่หากน้องแมวโชคร้ายและเกิดความผิดปกติขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันของน้องแมวจะตอบสนองต่อพยาธิอย่างรุนแรงมาก ในน้องแมวกลุ่มนี้ เมื่อน้องแมวเป็นพยาธิหนอนหัวใจเพียงแค่ 1-2 ตัว ก็สามารถก่อให้เกิดการอักเสบของปอดและหลอดเลือดอย่างหนัก ในบางรายอาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว
อาการพยาธิหนอนหัวใจในแมวเป็นอย่างไร?
อาการของพยาธิหนอนหัวใจในน้องแมวมักแสดงออกผ่านทางระบบทางเดินหายใจ ในหลาย ๆ ครั้งจึงมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโรคหอบหืดหรือโรคติดเชื้อทางเดินหายใจอื่น ๆ โดยอาการที่สามารถสังเกตได้มีดังนี้
อาการระยะแรกที่สังเกตได้
แมวอาจมีอาการไอ แมวหายใจเร็ว ท้องกระเพื่อม หายใจลำบาก เหนื่อยง่าย ซึม หรือเบื่ออาหาร ซึ่งบางครั้งอาจคล้ายกับอาการของโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ
อาการรุนแรงที่ต้องพบสัตวแพทย์ทันที
หากแมวหายใจลำบากมาก หอบ อ่อนแรง หมดสติ หรือมีอาการผิดปกติรุนแรง ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นภาวะฉุกเฉิน
พยาธิหนอนหัวใจแมวมีวิธีการวินิจฉัยอย่างไร?
การวินิจฉัยโรคพยาธิหนอนหัวใจในแมวทำได้ยากกว่าสุนัข เนื่องจากปริมาณพยาธิในร่างกายแมวมักมีจำนวนน้อย สัตวแพทย์จึงต้องใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อยืนยันผลและในบางครั้งอาจจำเป็นต้องทำการตรวจหลายครั้งเพื่อยืนยันการติดโรค วิธีการตรวจได้แก่
- การตรวจเลือด (Antigen and Antibody Tests): เป็นการตรวจหาแอนติเจนของพยาธิ และตรวจหาแอนติบอดีที่ร่างกายแมวสร้างขึ้นเมื่อได้รับเชื้อ
- การเอกซเรย์ช่องอก (Chest X-ray): เพื่อดูความผิดปกติของหลอดเลือดปอดที่ขยายใหญ่ขึ้น หรือดูรอยโรคการอักเสบในเนื้อปอด
- การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiogram): สัตวแพทย์สามารถใช้อัลตราซาวนด์ส่องดูโครงสร้างหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งในบางกรณีอาจมองเห็นตัวพยาธิหนอนหัวใจได้อย่างชัดเจน
แนวทางการรักษาเมื่อแมวติดพยาธิหนอนหัวใจ
การรักษาพยาธิหนอนหัวใจไม่สามารถถ่ายพยาธิแมวเพื่อกำจัดพยาธิได้ และยังไม่มียาฆ่าพยาธิตัวแก่ที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้กับแมวได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากซากพยาธิอาจอุดตันหลอดเลือดปอดจนเกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตได้ จึงเน้นการรักษาแบบประคับประคองตามอาการ
- การใช้ยาลดการอักเสบ: เพื่อลดอาการอักเสบของปอดและหลอดเลือด
- การให้ออกซิเจนและยาขยายหลอดลม: ช่วยบรรเทาภาวะหายใจลำบากในรายที่มีอาการวิกฤต
- การกักบริเวณและจำกัดการออกกำลังกาย: เพื่อลดอัตราการเต้นของหัวใจและความดันในหลอดเลือดปอด
- การผ่าตัดดึงตัวพยาธิออก: ใช้ในกรณีวิกฤตที่มีตัวพยาธิอุดตันหลอดเลือดใหญ่ และทำโดยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
วิธีป้องกันพยาธิหนอนหัวใจในแมวควรทำอย่างไร?
การป้องกันคือทางเลือกที่ดีและปลอดภัยที่สุด เพราะพยาธิหนอนหัวใจแมวป้องกันได้ง่ายกว่าการรักษาหลายเท่า เจ้าของสามารถป้องกันได้ด้วยวิธีต่อไปนี้
- ใช้ยาหยอดป้องกันเป็นประจำทุกเดือน: เลือกยาหยอดหลังคอที่มีตัวยา เช่น Selamectin และ Sarolaner ซึ่งช่วยป้องกันปรสิตทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงพยาธิหนอนหัวใจ โดยควรใช้ต่อเนื่องทุกเดือนตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
- ป้องกันไม่ให้ยุงกัด: ติดมุ้งลวดบริเวณบ้าน ลดแหล่งน้ำขัง และหลีกเลี่ยงการปล่อยแมวออกนอกบ้านช่วงพลบค่ำหรือกลางคืนเพื่อลดโอกาสการโดนยุงกัด
พยาธิหนอนหัวใจ แมว รู้ทัน ป้องกันไว เพื่อให้น้องแมวแข็งแรงในทุกวัน
โรคพยาธิหนอนหัวใจแมวเป็นภัยเงียบที่น่ากลัวแต่สามารถป้องกันได้ หากเจ้าของใส่ใจดูแลอย่างถูกต้อง การสังเกตความผิดปกติและการหยอดยาป้องกันเป็นประจำทุกเดือน คือหัวใจสำคัญในการปกป้องน้องแมวให้อยู่กับเราไปนาน ๆ ปรึกษาสัตวแพทย์ใกล้บ้านคุณเพื่อขอคำแนะนำในการเลือกผลิตภัณฑ์ป้องกันพยาธิที่เหมาะสมกับวัยและน้ำหนักของน้องแมวอย่างสม่ำเสมอได้เลย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพยาธิหนอนหัวใจแมว
พยาธิหนอนหัวใจในแมวรักษาให้หายขาดได้ไหม?
โรคพยาธิหนอนหัวใจแมวสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การรักษามีความเสี่ยงสูงเนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มียาฆ่าตัวพยาธิหนอนหัวใจที่ปลอดภัยสำหรับน้องแมว ดังนั้น การป้องกันพยาธิหนอนหัวใจจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดและดีกว่าการรักษา
แมวติดพยาธิหนอนหัวใจได้จากอะไร ไม่ได้ติดจากแมวตัวอื่นใช่ไหม?
น้องแมวไม่ได้ติดพยาธิหนอนหัวใจจากแมวตัวอื่นโดยตรง หรืออาจกล่าวได้ว่าโรคนี้ไม่สามารถติดต่อโดยตรงจากแมวสู่แมว หรือจากสุนัขสู่แมวได้ แต่ติดผ่านยุงที่ไปดูดเลือดสัตว์ที่มีเชื้อแล้วนำเชื้อมาปล่อยสู่แมวผ่านการกัด
ถ้าไม่ป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ แมวจะเสี่ยงอันตรายแค่ไหน?
มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะปอดของแมวตอบสนองต่อตัวอ่อนและตัวแก่ของพยาธิหนอนหัวใจได้อย่างรุนแรง อาจทำให้ปอดอักเสบฉับพลัน เกิดลิ่มเลือดอุดตัน หรือเสียชีวิตทันทีโดยไม่มีอาการเตือนก่อนหน้า
เริ่มป้องกันพยาธิหนอนหัวใจให้ลูกแมวได้ตอนอายุเท่าไหร่?
สามารถเริ่มใช้ยาป้องกันปรสิตที่ออกฤทธิ์ครอบคลุมถึงพยาธิหนอนหัวใจตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ได้ตั้งแต่อายุประมาณ 8 สัปดาห์เป็นต้นไป (ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของตัวยาแต่ละยี่ห้อ)





