เคล็ดลับปกป้อง
ข้อมูล คำแนะนำ และเคล็ดลับการดูแลแมวจากสัตวแพทย์ เพื่อช่วยให้คุณดูแลแมวแสนรักให้สุขภาพแข็งแรง มีความสุข และอยู่กับคุณไปนาน ๆ

บทความล่าสุด
-

ฝนนี้ต้องระวัง ! 4 อันตรายที่พบบ่อยในน้องแมว
อ่านต่อ ‣: ฝนนี้ต้องระวัง ! 4 อันตรายที่พบบ่อยในน้องแมวเมื่อสายฝนมาพร้อมความชื้นแฉะ… ภัยเงียบรอบตัวจึงพร้อมจู่โจมเจ้าเหมียวได้ทุกเมื่อ 🙀 ย่างเข้าสู่ฤดูฝน อากาศเริ่มเย็นชุ่มฉ่ำ ทาสแมวหลายคนอาจจะชอบเพราะน้องแมวจะได้นอนขดตัวหลับสบาย 😻 ⚠️ แต่ห้ามเผลอเป็นอันขาด เพราะ หน้าฝนคือช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ !เพราะความชื้นสะสมในอากาศและสิ่งแวดล้อมในช่วงฤดูนี้ถือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของเหล่าปรสิตและเชื้อโรคร้าย ! 🙀 วันนี้เราจะพามาเจาะลึก “4 อันตราย” ที่พบบ่อยที่สุดในน้องแมวช่วงหน้าฝน เพื่อให้ทาสทุกคนไหวตัวทันและเตรียมรับมือได้อย่างถูกต้อง มีอะไรบ้างไปดูกัน ! 🚨 4 อันตรายตัวร้ายในน้องแมวช่วงหน้าฝน 🌧️ ⚠️ เชื้อราแมว 🦠👉🏻 โรคผิวหนังสุดฮิตที่มาพร้อมความอับชื้น สปอร์ของเชื้อราจะเจริญเติบโตได้ดีเป็นพิเศษในหน้าฝน 🌧️หากน้องแมวตัวเปียกฝน โดนละอองฝน หรือแม้กระทั่งความชื้นจากผ้าขนหนูและเบาะนอนอับ ๆ ก็สามารถทำให้น้องติดเชื้อราได้อาการเด่นชัดคือ ขนร่วงแหว่งเป็นวงกลม ผิวหนังแดง ตกสะเก็ดเป็นขุย และคันยิบ ๆ 😿 ที่น่ากลัวคือ “ติดต่อสู่คนเลี้ยงได้ !” ทำเอาทาสคันคะเยอไปตามๆ กันทั้งบ้าน 😱 ⚠️ ภาวะภูมิแพ้น้ำลายหมัด 🕷️👉🏻 หน้าฝนแบบนี้ประชากรหมัดจะชุกชุมและขยายพันธุ์เร็วมากเป็นพิเศษแค่น้องแมวเผลอไปคลุกคลีในจุดที่มีตัวอ่อนหมัดอยู่ ก็จะโดนกระโดดเกาะทันทีซึ่งน้ำลายของหมัดมีสารที่กระตุ้นให้เกิดการแพ้อย่างรุนแรง ทำให้เกิดภาวะ “ภูมิแพ้น้ำลายหมัด” น้องแมวจะเกาและตะกุยตัวเองอย่างบ้าคลั่งจนผิวหนังถลอก…
-

เตือนทาสแมว! อาบน้ำบ่อยช่วงหน้าฝน ภัยเงียบทำผิวพัง
อ่านต่อ ‣: เตือนทาสแมว! อาบน้ำบ่อยช่วงหน้าฝน ภัยเงียบทำผิวพังเมื่อความหวังดีอาจกลายเป็นผลร้าย… หากมองข้ามความชื้นสะสมบนตัวเจ้าเหมียว 🙀 พอเข้าสู่ฤดูฝน ทาสแมวหลายคนมักจะหันมาอาบน้ำให้เจ้าเหมียวบ่อยขึ้นกว่าปกติ 🌧️เพราะเวลาที่ฝนตก อากาศแฉะ ๆ มักทำให้น้องแมวตัวเหนียว มีกลิ่นอับ หรือบางทีน้องก็แอบเดินไปลุยละอองฝนตามหน้าต่างจนตัวชื้น 😅การจับน้องแมวอาบน้ำจึง “ดูเหมือน” จะเป็นการแก้ปัญหาที่ดี 🤔แต่คุณรู้หรือไม่ ? ว่า “การอาบน้ำให้แมวบ่อยเกินไปในช่วงหน้าฝน” อาจแฝงไปด้วยภัยเงียบทางผิวหนังที่ทาสหลายคนคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ! 😱 🌧️ เหตุผลที่ทาสต้องระวัง หากอาบน้ำน้องเหมียวบ่อยในช่วงหน้าฝน 👇🏻 🔍 ความชื้นหน้าฝน + อาบน้ำบ่อย = แหล่งเพาะพันธุ์ “เชื้อราแมว” 🦠👉🏻 ในฤดูฝน อากาศรอบตัวเราจะมีความชื้นในอากาศสูง ซึ่งความชื้นนี่เองที่เป็นอาหารจานโปรดของเหล่าสปอร์เชื้อราการที่เราจับน้องแมวอาบน้ำบ่อย ๆ ในช่วงนี้ จึงมีความเสี่ยงสูงมากที่ความชื้นจะกักเก็บอยู่ภายใต้เส้นขนหนา ๆ ของพวกเขา ทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ดีขึ้น 😰 🌧️ ขนน้องแมวแห้งช้ากว่าปกติ 🙀👉🏻 ต่อให้เราเช็ดตัวน้องจนคิดว่าแห้งแล้ว แต่ด้วยความชื้นในอากาศที่สูงช่วงหน้าฝน จะทำให้ขนชั้นในของน้องแมวแห้งช้ากว่าปกติ สาเหตุเหล่านี้เอง ทำให้ “เชื้อราแมว” เติบโตอย่างรวดเร็ว 🦠ทำให้น้องแมวกลายเป็นโรคเชื้อราผิวหนัง มีอาการขนร่วงเป็นวงกลม…
-

“พยาธิตัวร้าย” ระเบิดเวลาถึงตายในน้องเหมียว !
อ่านต่อ ‣: “พยาธิตัวร้าย” ระเบิดเวลาถึงตายในน้องเหมียว !ทาสแมวหลายท่านมักมองว่าน้องแมวติดพยาธิเป็นเรื่องเล็กน้อย แค่ถ่ายพยาธิปีละครั้งก็น่าจะพอแต่คุณรู้หรือไม่ ? ปรสิตภายในเหล่านี้เปรียบเสมือน “ระเบิดเวลา” ที่รอวันระเบิด เพราะความน่ากลัวของมันไม่ได้อยู่ที่การแย่งชิงสารอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นผลกระทบที่รุนแรงจนสามารถพรากชีวิตเจ้าเหมียวไปได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว ! 😿 🔍 ทำไมพยาธิถึงเปรียบเสมือน “ระเบิดเวลา” ?มีเหตุผลสำคัญ 3 ประการที่ทำให้ “พยาธิ” อันตรายกว่าที่คุณคิด 🔥 อาการผิดปกติสังเกตยาก 🔥👉🏻 พยาธิส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ในร่างกายโดยไม่แสดงอาการภายนอกให้เห็นชัดเจนในช่วงแรก น้องแมวอาจจะยังร่าเริง กินอาหารได้ปกติ ทำให้ทาสชะล่าใจ กว่าจะเริ่มเห็นอาการ เช่น ท้องเสีย อ้วก หรือพุงป่อง นั่นหมายความว่าจำนวนพยาธิมีจำนวนมหาศาลจนร่างกายรับไม่ไหวแล้ว 🔥 แพร่พันธุ์เร็วอย่างน่าตกใจ 🔥👉🏻 พยาธิเพียงตัวเดียวสามารถวางไข่ได้หลายหมื่นฟอง ! วงจรชีวิตที่รวดเร็วนี้ทำให้การติดเชื้อเพียงเล็กน้อยลุกลามจนเต็มลำไส้หรือกระแสเลือดได้ในระยะเวลาสั้น ๆ 🔥 ทำให้น้องแมวอ่อนแอ ป่วยง่าย 🔥👉🏻 พยาธิไม่ได้แค่แย่งสารอาหาร แต่ยังกัดกินเลือดและทำลายเนื้อเยื่อภายใน (โดยเฉพาะทางเดินอาหาร) ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของน้องแมวต่ำลงอย่างมาก เมื่อมีโรคแทรกซ้อนเพียงเล็กน้อย ร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้วจึงทรุดหนักและป่วยง่ายกว่าปกติหลายเท่า 🚨 ภัยร้ายที่อันตรายถึงชีวิต 🚨👉🏻 ในแมวเด็ก พยาธิทางเดินอาหารจำนวนมากสามารถทำให้เกิดภาวะโลหิตจางรุนแรง ท้องเสียจนช็อก หรือแม้แต่ลำไส้อุดตันจนเสียชีวิตได้👉🏻…
-

เจ้าเหมียวนักสำรวจ 🔍 ในนี้มีอันตรายเพียบ……..
“น้องเหมียวบ้านไหนเป็นนักคุ้ยขยะยกมือขึ้น ! 😱รู้หรือไม่ ? ถึงแม้พฤติกรรมการคุ้ยขยะของน้องแมวจะเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติที่พบได้บ่อย แต่นำมาซึ่งอันตรายมากมาย เพราะถังขยะเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคปรสิตภายนอก และพยาธิชั้นดีเลยล่ะ 😱การคุ้ยขยะทำให้น้องแมวเสี่ยงต่อภัยร้ายชนิดไหนกันบ้าง ไปดูกัน ! 📍 เชื้อโรค 🦠เชื้อโรคไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา โปรโตซัว หรือไวรัส เชื้อเหล่านี้สามารถพบเจอได้ในถังขยะเป็นอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะถังขยะกลุ่มอาหารและของสด หากปล่อยทิ้งไว้นานไป อาหารเหล่านี้อาจเกิดการบูดและทำให้เชื้อโรคเหล่านี้เกิดการเพิ่มจำนวนมากขึ้นส่งผลให้น้องแมวท้องเสียตามมาได้นอกจากนี้ถังขยะประเภทขยะติดเชื้อยังอาจนำโรคร้ายทั้งจากแบคทีเรีย เชื้อรา รวมถึงไวรัสมาสู่น้องแมวได้อีกด้วย 📍 ปรสิตภายนอก 🦟ไม่ว่าจะเห็บ หมัด เหา หรือไรในหู ปรสิตภายนอกเหล่านี้ไม่ได้อาศัยอยู่แค่บนตัวน้องแมว หรือสวนภายนอกบ้านเท่านั้น แต่ถังขยะ (ไม่ว่าจะภายในบ้านหรือนอกบ้าน) ก็เป็นแหล่งสะสมของปรสิตเหล่านี้เป็นอย่างดี เพราะวงจรชีวิตของปรสิตจะมีทั้งแบบที่อยู่บนตัวน้องแมว และอยู่ในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะบริเวณที่มีซอกหลืบให้แอบซ่อนได้เป็นอย่างดี ถังขยะที่มีทั้งฝุ่นละออง ซอกมุมถังจึงเป็นแหล่งที่สามารถพบเจอปรสิตภายนอกได้นั่นเอง โดยปรสิตภายนอกมักทำให้น้องแมวป่วยด้วยโรคผิวหนัง เช่น ผื่นภูมิแพ้จากการโดนหมัดกัด และช่องหูอักเสบจากการมีไรในหู นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดโรคร้ายอื่น ๆ ตามมา เช่น หมัดทำให้เกิดโรคพยาธิเม็ดเลือดในแมวได้ เป็นต้น 📍 พยาธิภายใน 🪱พยาธิหลายชนิดมักปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะถังขยะที่เป็นแหล่งสะสมของขยะ รวมถึงสิ่งปฏิกูลที่อาจปนเปื้อนมากับขยะ…
-

😰น้องเหมียวขนร่วง ! ป่วยหรือแค่ผลัดขน ?
“เพราะสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ ! การตรวจสุขภาพน้องแมวในแต่ละช่วงอายุจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดี 🥰น้องแมวในแต่ละช่วงวัย ช่วงอายุ ควรเลือกตรวจสุขภาพในเรื่องใดบ้างและแต่ละการตรวจมีความสำคัญอย่างไร ไปดูกันเลย ! น้องแมววัยเด็ก (แรกเกิด – 1 ปี) 🐱✅ ตรวจร่างกายเบื้องต้น : เพื่อดูความสมบูรณ์ของร่างกายตรวจหาความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด✅ ตรวจเลือด : เพื่อดูความสมบูรณ์ของค่าเลือดและตรวจหาไวรัสรวมถึงปรสิตที่อาจติดมาตั้งแต่กำเนิด✅ ฉีดวัคซีนประจำปี : เริ่มโปรแกรมวัคซีนเพื่อป้องกันโรคได้ตั้งแต่ 8 สัปดาห์(ในน้องแมวที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากอาจเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 6 สัปดาห์)✅ ถ่ายพยาธิ ป้องกันเห็บหมัด : เริ่มต้นโปรแกรมป้องกันปรสิตในน้องแมวตั้งแต่อายุ 8 สัปดาห์เป็นต้นไป น้องแมววัยรุ่น (1 ปี – 5 ปี) 🐱✅ ตรวจร่างกายเบื้องต้น : เพื่อดูความสมบูรณ์ของร่างกาย✅ ตรวจเลือด : เพื่อดูความสมบูรณ์ของค่าเลือดและค่าการทำงานของอวัยวะภายในเช่น ตับหรือไต เป็นต้น✅ ตรวจระดับน้ำตาลในกระแสเลือด : เพื่อตรวจคัดกรองโรคทางระบบต่อมไร้ท่อเช่น โรคเบาหวาน เป็นต้น✅ ตรวจอัลตราซาวด์ :…
-

ทาสต้องรู้! แต่ละวัยของเจ้าเหมียว ต้องเลือกตรวจสุขภาพเรื่องอะไรบ้าง?
“😰 Q : คุณหมอครับ แมวของผมถ่ายเป็นเลือด แถมยังท้องเสียด้วยแบบนี้อันตรายไหมครับ ? 💩🩸 👨🏻⚕️ A : น้องแมวถ่ายเป็นเลือด อันตราย ! รีบพาน้องแมวไปหาคุณหมอด่วน การที่น้องแมวท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือดถือว่าเป็นความผิดปกติอย่างชัดเจนและควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยละเอียดต่อไป ทั้งนี้สาเหตุของการถ่ายเป็นเลือดนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากการเกิดแผลในทางเดินอาหาร การติดพยาธิในทางเดินอาหาร รวมถึงการติดเชื้อไวรัส เช่น ไวรัสไข้หัดแมว เป็นต้น 🔸 แผลในทางเดินอาหาร : เป็นผลมาจากอาหารที่น้องแมวกินเข้าไป อาจมีลักษณะแข็ง หรือแหลมซึ่งทิ่มแทงทางเดินอาหารจนเกิดเป็นแผลตามมาได้ 🔸 การติดพยาธิในทางเดินอาหาร : พยาธิหลายชนิด เช่น พยาธิปากขอ และพยาธิตัวกลม คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้องแมวถ่ายเป็นเลือด เพราะพวกมันจะใช้ปากที่มีฟันแหลมคมยึดเกาะกับทางเดินอาหารเพื่อดูดเลือดของน้องแมวเป็นอาหารส่งผลให้น้องแมวเกิดภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร และปะปนออกมากับอุจจาระได้ 🔸 การติดเชื้อไวรัส : เชื้อไวรัสในน้องแมว เช่น เชื้อไข้หัดแมว สาเหตุของโรคไข้หัดแมว หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “โรคลำไส้อักเสบในแมว” จะเข้าไปจับกับทางเดินอาหารและส่งผลให้เกิดความผิดปกติ น้องแมวที่ป่วยด้วยโรคนี้จะเกิดอาการถ่ายเหลว เป็นเลือดและมีกลิ่นคาว ซึ่งเป็นอันตรายมากกับน้องแมวที่มีอายุน้อย และไม่เคยได้รับวัคซีน(เป็นหนึ่งในสาเหตุอันดับต้น ๆ…
-

😰 คุณหมอครับ แมวของผมถ่ายเป็นเลือด แถมยังท้องเสียด้วย แบบนี้อันตรายไหมครับ ? 💩🩸
“😰 Q : คุณหมอครับ แมวของผมถ่ายเป็นเลือด แถมยังท้องเสียด้วยแบบนี้อันตรายไหมครับ ? 💩🩸 👨🏻⚕️ A : น้องแมวถ่ายเป็นเลือด อันตราย ! รีบพาน้องแมวไปหาคุณหมอด่วน การที่น้องแมวท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือดถือว่าเป็นความผิดปกติอย่างชัดเจนและควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยละเอียดต่อไป ทั้งนี้สาเหตุของการถ่ายเป็นเลือดนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากการเกิดแผลในทางเดินอาหาร การติดพยาธิในทางเดินอาหาร รวมถึงการติดเชื้อไวรัส เช่น ไวรัสไข้หัดแมว เป็นต้น 🔸 แผลในทางเดินอาหาร : เป็นผลมาจากอาหารที่น้องแมวกินเข้าไป อาจมีลักษณะแข็ง หรือแหลมซึ่งทิ่มแทงทางเดินอาหารจนเกิดเป็นแผลตามมาได้ 🔸 การติดพยาธิในทางเดินอาหาร : พยาธิหลายชนิด เช่น พยาธิปากขอ และพยาธิตัวกลม คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้องแมวถ่ายเป็นเลือด เพราะพวกมันจะใช้ปากที่มีฟันแหลมคมยึดเกาะกับทางเดินอาหารเพื่อดูดเลือดของน้องแมวเป็นอาหารส่งผลให้น้องแมวเกิดภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร และปะปนออกมากับอุจจาระได้ 🔸 การติดเชื้อไวรัส : เชื้อไวรัสในน้องแมว เช่น เชื้อไข้หัดแมว สาเหตุของโรคไข้หัดแมว หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “โรคลำไส้อักเสบในแมว” จะเข้าไปจับกับทางเดินอาหารและส่งผลให้เกิดความผิดปกติ น้องแมวที่ป่วยด้วยโรคนี้จะเกิดอาการถ่ายเหลว เป็นเลือดและมีกลิ่นคาว ซึ่งเป็นอันตรายมากกับน้องแมวที่มีอายุน้อย และไม่เคยได้รับวัคซีน(เป็นหนึ่งในสาเหตุอันดับต้น ๆ…
-

ขี้หูดำ คัน เกา เจ้าเหมียวอาจเป็น “ไรในหู”😱
3 สัญญาณอันตราย บ่งบอกถึงการติด “ไรในหู” 😱 📍 ไรในหู คืออะไร ? 🤔ไรในหู คือปรสิตร้ายขนาดเล็กจิ๋วที่สังเกตได้ยากด้วยตาเปล่า พวกมันมักชอบอาศัยอยู่ในรูหูของน้องแมว สามารถพบเจอได้ในน้องแมวทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะน้องแมวที่เลี้ยงร่วมกันหลายตัว หรือเลี้ยงปล่อยให้ออกไปเล่นนอกบ้านได้ โดยไรหูจะกระตุ้นให้ช่องหูของน้องแมวเกิดการอักเสบและเกิดความผิดปกติต่าง ๆ ตามมา 📍 อาการของน้องแมวที่มีไรหู 🐱หนึ่งในความผิดปกติที่สามารถสังเกตเห็นได้ชัดในน้องแมวที่มีไรในหู คือ ขี้หูมีสีดำหรือน้ำตาลคล้ายผงกาแฟ อาการนี้เป็นอาการที่เจ้าของหลายท่านอาจมองข้าม เนื่องจากคิดว่าเป็นเศษดิน เศษฝุ่นที่ติดตัวน้อง ๆ มาตอนออกไปเล่นนอกบ้าน แต่แท้จริงแล้วลักษณะขี้หูดำเป็นลักษณะที่เกิดมาจากการอักเสบของช่องหู ซึ่งการอักเสบนี้จะส่งผลให้น้องแมวมีอาการคันหู เกาหูบ่อย ช่องหูเกิดการตีบแคบ เกิดการติดเชื้อแทรกซ้อน มีกลิ่นเหม็น และในบางครั้งอาจมีการสะบัดหัวบ่อยครั้ง นอกจากนี้ไรหูยังอาจรุกรามออกมาอยู่ที่บริเวณส่วนหัว ส่งผลให้เกิดอาการคัน เกา ขนร่วง หรือมีแผลที่บริเวณใกล้ ๆ ใบหูในรายที่เกาอย่างรุนแรง อาจส่งผลให้เส้นเลือดบริเวณใบหูแตก เกิดอาการคั่งเลือดที่ใบหู หรืออาจรุกรามจนเกิดการติดเชื้อที่หูชั้นในตามมาได้ 📍 ไรในหู ติดต่อกันได้ไหม ? 🤔ไรในหูน้องแมวสามารถติดต่อกันได้ ! โดยไรในหูจะติดต่อกันผ่านทางการสัมผัสหากบ้านไหนเลี้ยงน้องแมวหลายตัว หรือเลี้ยงปล่อยให้ออกไปเล่นนอกบ้านอย่าลืมป้องกันไรในหูเป็นประจำทุกเดือนด้วยน้าา 📍 การรักษา…
-

How To กำจัดหมัด ให้อยู่หมัด เจ้าหมัดตายแน่!! 💪🏻
“เผลอปุ๊บ มาปั๊บ! กับเจ้าหมัดตัวร้าย! 😡ทำให้น้องแมวคันอย่างเดียวไม่พอ ยังทำให้ขนร่วง แถมยังเสี่ยงเป็นพยาธิเม็ดเลือดได้อีก! แบบนี้ไม่ปล่อยไว้แน่! 😡เผยเคล็ด (ไม่) ลับ How To กำจัดหมัดให้อยู่หมัด บอกเลยเจองี้ เจ้าหมัดตายแน่!มีวิธีไหนบ้างไปดูกัน! 😍 ✅ กำจัดหมัดบนตัวน้องแมวด้วย EVOLUTION of Cat Careโปรแกรมป้องกันปรสิตสำหรับแมวที่สัตวแพทย์แนะนำ 🥰ด้วยประสิทธิภาพที่ได้รับการทดสอบแล้วว่าสามารถออกฤทธิ์ปกป้องน้องแมวจากหมัด รวมถึงไข่หมัดและตัวอ่อนหมัดได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังใช้งาน ออกฤทธิ์นานถึง 1 เดือน แถมยังมีความปลอดภัยสูง และยังออกฤทธิ์ครอบคลุมทั้งปรสิตภายนอกและภายในที่สามารถพบได้บ่อย ได้แก่ พยาธิหนอนหัวใจ, พยาธิปากขอ, พยาธิตัวกลม,ไรในหู, เห็บ และเหา บอกเลยว่าหายห่วง ! ✅ หมั่นทำความสะอาดในบริเวณที่น้องแมวอาศัยอย่างสม่ำเสมอ 🧹ไม่ว่าจะเป็นที่นอน หมอน มุ้ง ตุ๊กตา หรือแม้กระทั่งทรายแมว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นที่กบดานให้แก่เจ้าหมัดตัวร้ายได้ทั้งสิ้น อย่าลืมหมั่นล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ของน้องแมวดูดฝุ่นบริเวณที่อยู่อาศัยอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง รวมถึงเปลี่ยนทรายแมวอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดการสะสมของหมัดในสิ่งแวดล้อมด้วยน้าา ✅ พาน้องแมวไปอาบน้ำเดือนละ 1 ครั้ง…
-

แมวอ้วก…เกิดจากอะไร?🤢 อันตรายหรือไม่ ⁉️
“ปัญหาหนักใจของทาสแมว ! 😰 อยู่ดี ๆ น้องแมวก็อ้วกออกมาอาการแบบนี้แสดงว่าน้องแมวกำลังป่วยเป็นโรคอะไรอยู่รึป่าวว !? 😱น้องแมวอ้วกอันตรายแค่ไหน ต้องรีบพาน้องแมวไปหาคุณหมอเลยหรือไม่ ?ไปหาคำตอบจากคุณหมอกัน ! 📍 อ้วก คืออะไร ? 🤮 อ้วก คืออาการที่น้องแมวสำรอกเอาอาหารหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่กระเพาะอาหารออกมาทางช่องปาก ซึ่งอาจพบได้เป็นปกติ หรือเป็นอาการบ่งบอกถึงโรคร้ายต่าง ๆ ได้เช่นกัน🔸 อ้วกที่พบได้เป็นปกติ คือ การอ้วกหรือสำรอกเอาก้อนขนออกมาจากทางเดินอาหาร เนื่องจากพฤติกรรมของน้องแมวที่มักเลียขนเพื่อทำความสะอาดร่างกายอยู่เสมอจึงเป็นสาเหตุให้เส้นขนเข้าไปรวมตัวกันเป็นก้อน และกระตุ้นให้น้องแมวสำรอกเอาก้อนขนเหล่านี้ออกมาได้ อย่างไรก็ตามการสำรอกก้อนพบมักพบไม่บ่อยนักเช่น เดือนละ 1 ครั้ง หรือ 2-3 เดือนต่อ 1 ครั้ง หากน้องแมวสำรอกบ่อยกว่านี้ควรสงสัยอาการป่วยสักหน่อยแล้วล่ะ🔸 อ้วกที่ผิดปกติ คืออาการอ้วกที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ต่อเนื่อง และบ่อยครั้งในรอบวัน โดยเฉพาะหากน้องแมวอ้วกมีเลือดปนออกมาอาจบ่งบอกถึงการเกิดแผลในทางเดินอาหาร หรือการติดเชื้อซึ่งส่งผลร้าย อันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียว 📍 สาเหตุของการอ้วกในน้องแมว 🙀🔸 การกินสิ่งแปลกปลอม : เช่น หญ้า แมลง หรืออาหารในปริมาณที่มาก และเร็วเกินไป🔸 การติดพยาธิทางเดินอาหาร…
-

เมนูต้องห้าม เหมียวนักกิน! เปิบพิสดาร 😱
“น้องแมวบ้านไหนชอบเปิบพิสดารยกมือขึ้น ! 😱 กินเก่งไม่ว่า แต่ขอได้ไหมอย่ากินให้มันแปลกนักเลยยย 😰 รวมเมนูของแปลกที่น้องแมวชอบล่าแถมเปิบซะไม่เหลือ ! เมนูเหล่านี้มาพร้อมอันตรายอะไรบ้างไปดูกัน ! 📍 เมนูจิ้งจกสุดดึกดึ๋ยยยย 😱เห็นจิ้งจกเมื่อไร สัญชาตญาณนักล่าของน้องแมวก็เป็นอันต้องตื่นตัวทุกที !ถึงแม้จิ้งจกจะตัวเล็ก แต่อันตรายจากการกินจิ้งจกอาจไม่เล็กตามตัว เพราะพวกมันสามารถเป็นพาหะของพยาธิภายในได้หลายชนิด เช่น พยาธิตัวกลม พยาธิตัวตืดพยาธิปอด และพยาธิใบไม้ในตับ รวมถึงเป็นพาหะของเชื้อซาลโมเนลลาซึ่งเป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย ลำไส้อักเสบในน้องแมว (รวมถึงมนุษย์) ในรายที่รุนแรงอาจทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดและเสียชีวิตได้เลยทีเดียว ! 📍 เมนูหนูสุดสยอง 🐭ใครๆ ก็ไม่รัก “หนู” ! ก็เพราะหนูนำเชื้อโรคอันตรายเสียจริง ! ถึงแม้หนูจะดูเป็นสัตว์ที่ไม่มีอันตรายแต่แท้จริงแล้วอันตรายจากหนูนั้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพาหะนำพยาธิภายใน เช่น พยาธิตัวกลม พยาธิตัวตืด และพยาธิใบไม้ในตับ เชื้อโปรโตซัวซึ่งเป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย รวมถึงเชื้อแบคทีเรียโดยเฉพาะเชื้อโรคฉี่หนูหรือโรคเลปโตสไปโรซิสซึ่งเป็นโรคที่สามารถติดต่อมาสู่มนุษย์ได้อีกด้วย 📍 เมนูแมลงสาบแสนน่ากลัว 🪳เมื่อเอ่ยถึงแมลงสาบ เชื่อว่าไม่มีใครในที่นี้ชอบพวกมันอย่างแน่นอน แต่เชื่อหรือไม่ ?น้องแมวส่วนใหญ่เห็นแมลงสาบเป็นไม่ได้ต้องวิ่งไล่ทุกครั้งเลยล่ะ ! แมลงสาบตัวเล็กจิ๋วที่เห็นแอบซ่อนอันตรายไว้มากกว่าที่คุณคิด เพราะนอกจากพวกมันจะเป็นพาหะของพยาธิภายใน เช่น พยาธิตัวกลม พยาธิตัวตืด และพยาธิในปอด…
