เคล็ดลับปกป้อง

ข้อมูล คำแนะนำ และเคล็ดลับการดูแลแมวจากสัตวแพทย์ เพื่อช่วยให้คุณดูแลแมวแสนรักให้สุขภาพแข็งแรง มีความสุข และอยู่กับคุณไปนาน ๆ

บทความล่าสุด

  • เปิดหน้า 33 ปรสิตร้ายรอบตัวน้องเหมียว !

    🤔 “เลี้ยงน้องแมวอย่างดี กินหรู อยู่แต่ในห้องแอร์ เท่านี้ก็ปลอดภัยจากปรสิต” 🤔ความเชื่อสุดคลาสสิกของทาสแมวที่ทำให้น้องเหมียวเจ็บป่วยมานักต่อนัก ! 😿📍 ทาสรู้หรือไม่ ? แค่ลมพัดผ่านหน้าต่าง ส้นรองเท้าทาสที่เหยียบเข้าบ้าน หรือยุงที่บินเข้ามาภายในบ้านก็สามารถพา “33 ปรสิตร้าย” เข้ามาตั้งรกรากบนตัวลูกรักได้ทันทีโดยที่เราไม่รู้ตัว ! ปรสิตร้าย 33 ตัวนี้ มีอะไรบ้าง มาดูกัน ! 😱🚨 🔍 เจาะลึกแก็ง 33 ปรสิตร้าย ตัวการทำลายสุขภาพเหมียว 😿ปรสิตร้ายทั้ง 33 ชนิดที่คอยจ้องจะเล่นงานน้องแมว สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้ดังนี้ 1️⃣ ปรสิตภายนอก 👾📍หมัด : ตัวการหลักที่ทำให้เกิดภาวะแพ้น้ำลายหมัด คันคะเยอ ผิวหนังอักเสบ พาหะนำพยาธิตืดแตงกวาที่คอยแย่งชิงสารอาหารในลำไส้น้องแมว แถมยังเป็นพาหะของ “โรคพยาธิเม็ดเลือด” ในน้องแมวได้อีกด้วย📍 เห็บ : ต้นเหตุของการเกิดภาวะผิวหนังอักเสบที่ทำให้น้องแมวคันคะเยอ📍 ไรหู : ตัวการที่ก่อให้เกิดอาการคันหูอย่างรุนแรง ส่งผลให้น้องแมวสะบัดหัวบ่อย…

    อ่านต่อ  ‣: เปิดหน้า 33 ปรสิตร้ายรอบตัวน้องเหมียว !
  • “ตัดวงจร ถอนราก ถอนโคน !” หัวใจสำคัญของการป้องกันหมัดในน้องเหมียว

    ทาสแมวทั้งหลายเคยสงสัยไหมว่า “ทำไมทั้ง ๆ ที่หยดหลังก็แล้ว แถมเพิ่งพาน้องแมวไปอาบน้ำตัดขนมาแล้วแท้ ๆ แต่ผ่านไปไม่กี่วัน น้องแมวกลับมาเกาตัวยิ๊ก ๆ สะบัดหัว หรือมีตัวหมัดวิ่งเพ่นพ่านให้เห็นอีกแล้ว ?” 🤔เหตุผลเป็นเพราะทาสกำลังตกหลุมพรางของการ “กำจัดหมัดแค่เพียงตัวเต็มวัย แต่ไม่ได้ตัดวงจรชีวิตปรสิตเหล่านั้นให้สิ้นซาก” 🚨ซึ่งนี่ ถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แก็งปรสิตไม่มีวันหมดไปจากบ้านสักที ! 😱 🔍 ทำไมการกำจัดแค่ “ตัวเต็มวัย” ถึงไม่พอ ? ✅ เพราะหมัดตัวเต็มวัยที่เห็นคิดเป็นแค่ 5% ส่วนอีก 95% ที่เหลือคือภัยเงียบในสิ่งแวดล้อม 🏡👉🏻 หมัดตัวเต็มวัยที่เรามองเห็นบนตัวน้องแมว คิดเป็นเพียงแค่ 5% เท่านั้น ของหมัดทั้งหมดในบ้าน !ส่วนอีก 95% ที่เหลือ แฝงตัวอยู่นอกตัวน้องแมวในรูปของ ไข่ ตัวอ่อน และดักแด้ ที่ตกค้างซุกซ่อนอยู่ตามซอกโซฟา เบาะนอน คอนโดแมว พรม หรือรอยต่อของพื้นบ้าน ซึ่งตาเปล่ามองแทบไม่เห็น 😱ดังนั้น หากทาสใช้ตัวช่วยที่ฆ่าได้เฉพาะตัวเต็มวัยบนตัวน้องไข่และตัวอ่อนอีก 95% ที่ฟักตัวอยู่ในบ้านก็พร้อมจะฟักเป็นตัวเต็มวัยตัวใหม่ แล้วฟื้นคืนชีพกลับมาไต่ขึ้นตัวน้องแมวเพื่อดูดเลือดและวางไข่ซ้ำอีกครั้งในเวลาเพียงไม่กี่วันเกิดเป็นวงจรอุบาทว์ที่ทำให้น้องแมวต้องเผชิญกับอาการผิวหนังอักเสบและเสี่ยงติดโรคร้ายไม่จบไม่สิ้น 🥲…

    อ่านต่อ  ‣: “ตัดวงจร ถอนราก ถอนโคน !” หัวใจสำคัญของการป้องกันหมัดในน้องเหมียว
  • 3 พฤติกรรมทาส ทำเหมียวเครียดไม่รู้ตัว !

    ขึ้นชื่อว่าเป็นน้อง “แมว” ย่อมเป็นสัตว์ที่มีโลกส่วนตัวสูง ไวต่อสิ่งเร้า และรักความสงบเป็นชีวิตจิตใจ 🐈‍⬛ ทาสแมวหลายคนมักคิดว่าการปรนเปรอและทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับพวกเขาคือการแสดงความรัก แต่ในความเป็นจริง พฤติกรรมบางอย่างที่เราคิดว่าหวังดีหรือมองว่าเป็นเรื่องสนุก อาจกำลังสร้าง “ความเครียดสะสม” ให้กับเจ้าเหมียวอย่างรุนแรง 😿 ซึ่งความเครียดเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำลายสุขภาพจิตของน้อง ๆ เท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย ทำให้น้องแมวเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้นอีกด้วย 😿 วันนี้เรามาสแกน 3 พฤติกรรมยอดฮิตของทาสที่ต้องรีบปรับเปลี่ยนด่วน มีอะไรบ้างไปดูกัน ! 👇🏻 🔍 เจาะลึก 3 พฤติกรรมที่ทาสทำเหมียวเครียดไม่รู้ตัว ! 😿 1️⃣ กิจกรรมที่ทำให้น้องแมวไม่สบายตัว 😖👉🏻 ทาสสายแฟชั่นชอบจับน้องแมวแต่งตัว ใส่เสื้อผ้าหนาๆ หรือใส่ปลอกคอชิ้นใหญ่ที่มีกระดิ่งเสียงดัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้รบกวนสัญชาตญาณการเคลื่อนไหวและการรับเสียงตามธรรมชาติของน้องแมวรวมถึง “การหยดโปรแกรมป้องกันปรสิต” ที่เหนียวเหนอะหนะ กลิ่นฉุนรุนแรง และระคายเคืองผิวหนัง จนทำให้น้องรู้สึกแสบร้อนและพยายามเลียออก กิจกรรมเหล่านี้ทำให้น้องอึดอัดและเครียดจัดทันทีที่ทำ ทาสจึงควรหลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่ไม่จำเป็น และหันมา เลือกโปรแกรมป้องกันปรสิตที่อ่อนโยน สบายตัว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่มีกลิ่นฉุน เพื่อลดความเครียดของน้องแมว 2️⃣ การพาเพื่อนเหมียวแปลกหน้าเข้าบ้านใหม่ทันที…

    อ่านต่อ  ‣: 3 พฤติกรรมทาส ทำเหมียวเครียดไม่รู้ตัว !

  • n3

    เป็นเมี๊ยวอัธยาศัยดี…รู้ตัวอีกทีติดโรคจากเมี๊ยวเพื่อนบ้าน? 😰

    “น้องเหมียวบ้านไหน อัธยาศัยดีเป็นที่ 1 ยกมือขึ้นน ! 🙋🏻‍♂️ไม่ว่าจะแขกไปใครมา ทั้งแมวจร แมวแปลกหน้า แค่วนเวียนอยู่หน้าบ้านเพียงเห็นปุ๊บก็รีบวิ่งออกไปต้อนรับแทบจะทันที 🤣รู้หรือไม่ !? พฤติกรรมแบบนี้อาจนำมาซึ่งการติดโรคร้ายไม่รู้ตัว ! 😱โรคร้ายที่ติดต่อง่ายขนาดนี้มีอะไรบ้าง ? แล้วติดได้ยังไงกันนะ ? ไปดูกัน ! ☠️ “เห็บ หมัด ไร พยาธิ” ตัวการโรคร้ายจากปรสิต 😿ขอยกให้ปรสิตเป็นอันดับ 1 ด้านการติดต่อง่าย เพราะแค่เพียงเดินผ่านก็แทบจะติดกันได้แล้ว ! โดยเฉพาะปรสิตภายนอกอย่างเช่นเห็บ หมัด และไรเพราะพวกมันสามารถกระโดด หรือไต่จากน้องแมวจรมาสู่น้องแมวของเราได้ง่าย ๆและถึงแม้จะมีมุ้งลวดหรือหน้าต่างป้องกัน แต่พวกมันก็สามารถหาหนทางเพื่อเข้ามาหาน้องแมวภายในบ้านเพื่อทำร้ายน้องแมวจนได้ในท้ายที่สุดนอกจากนี้พยาธิภายในที่อาจติดต่อกันผ่านทางอุจจาระที่ปนเปื้อนมากับน้องแมวจรซึ่งอาจติดอยู่กับสิ่งแวดล้อมได้นานหลายเดือน ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่มองข้ามไม่ได้เลยล่ะ โดยโรคร้ายที่สามารถเกิดได้มีทั้งโรคพยาธิเม็ดเลือดในแมวที่มีสาเหตุมาจากการโดนหมัดกัด โรคภูมิแพ้น้ำลายหมัด โรคผิวหนัง คัน ขนร่วง จากการโดนเห็บกัดรวมถึงสุขภาพที่เสื่อมโทรมจากการติดพยาธิในทางเดินอาหารนั่นเอง ☠️ “เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย” ตัวการโรคติดต่อแสนน่ากลัว 😿เชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรียหลายชนิดสามารถติดต่อกันได้ผ่านหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นสารคัดหลั่ง (น้ำมูก น้ำลาย) รวมถึงแพร่ผ่านอากาศที่น้องแมวหายใจซึ่งเชื้อเหล่านี้จะเข้าไปภายในร่างกายและกระตุ้นให้น้องแมวเกิดความผิดปกติต่าง ๆตามมา เช่น โรคไข้หัดแมว…

  • n4

    เจ้าเหมียวเลียขนบ่อยเกินไป เอ๊ะ! รักสวยรักงามหรือกำลังส่งสัญญาณว่าป่วย?

    “เจ้าเหมียวเลียขนก็ดูปกติดี แต่เอ๊ะ ! ทำไมเลียบ๊อยบ่อยย แถมขนร่วงเอ๊าา ร่วงเอาา 🙀เจอแบบนี้ระวังให้ดี ! น้องแมวเลียขนบ่อย อาจเป็นสัญญาณของโรคผิวหนังได้ ! 🐱 น้องแมวเลียขน ผิดปกติไหมนะ ??พฤติกรรมเลียขนในน้องแมว ถือเป็นพฤติกรรมตามปกติเพื่อกระตุ้นการผลัดขนผลัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว แถมยังช่วยระบายความร้อนได้อีกด้วยแต่ในบางกรณีที่น้องแมวเลียขนมากเกินไป อาจเกิดจาก “อาการคัน”ซึ่งมีสาเหตุมาจากโรคผิวหนัง โดยน้องแมวที่เลียมากจนเกินไปจะพบอาการขนร่วงตามบริเวณที่เลีย มีอาการแดง คัน น้องแมวอาจเลียไม่ยอมหยุดแม้เจ้าของจะพยายามจับไม่ให้เขาเลียแล้วก็ตาม หากปล่อยไว้อาการของโรคอาจรุนแรงขึ้นพบอาการขนร่วงมาก เกิดแผลในบริเวณดังกล่าว รวมถึงติดเชื้อแทรกซ้อนจากแผลได้ 🐱 แบบไหนเรียกเลียผิดปกติกันน้าา ??✅ เลียไม่ยอมหยุดในบริเวณเดิมซ้ำ ๆ✅ เลียตลอดเวลาจนไม่ทำกิจกรรมอื่น ๆ✅ ถึงแม้จะพยายามจับไม่ให้เลียก็ยังคงพยายามเลีย✅ พบขนร่วงในบริเวณที่เลีย 🐱 โรคผิวหนังที่ว่า คือโรคอะไรกันนะ ?“โรคผิวหนังที่ก่อให้เกิดอาการคันทุกชนิด กระตุ้นให้น้องแมวมีพฤติกรรมการเลียได้” ตัวอย่างโรคผิวหนังที่พบบ่อย ๆ ในน้องแมว ได้แก่🔸 โรคภูมิแพ้จากปรสิตภายนอก : ไม่ว่าจะเห็บ หมัด เหา รวมถึงไรในหู ปรสิตภายนอกเหล่านี้จะเข้ามากันน้องแมว และเป็นสาเหตุทำให้น้องแมวเกิดอาการคันได้🔸 โรคภูมิแพ้น้ำลายหมัด : เกิดจากการที่ผิวหนังของน้องแมวตอบสนองต่อสารกระตุ้นความคันในน้ำลายหมัด…

  • n5

    ทาสแมวต้องระวัง ! พยาธิไชผิวหนังจากการใกล้ชิด!!😱

    “รู้หรือไม่ !? น้องแมวมีพยาธิ ก็สามารถติดมาสู่เจ้าของได้ ! 😱ใกล้ชิดเกินไปอาจไม่ดี เพราะ “พยาธิปากขอ” อาจไชเข้าผิวหนังเจ้าของโดยไม่รู้ตัวพยาธิปากขอคืออะไร ? และสามารถติดต่อจากน้องแมวมาสู่เจ้าของได้อย่างไรกันนะ ?ไปหาคำตอบจากคุณหมอกันน !📍 “พยาธิปากขอ” ปีศาจจอมกัดแทะแห่งทางเดินอาหาร 🪱พยาธิปากขอ คือพยาธิตัวกลมชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเฉพาะคือมีฟันแหลมคมคล้ายตะขอ พวกมันมักเข้าสู่ร่างกายของน้องแมวผ่านทางการกินอาหารของน้องแมว เข้าสู่ทางเดินอาหารและอยู่อาศัยบริเวณลำไส้เล็ก โดยพวกมันจะใช้ฟันอันแหลมคมกัดเข้ากับลำไส้เพื่อดูดเลือดของน้องแมวกินเป็นอาหาร สามารถพบได้ทั่วไปทั้งในสิ่งแวดล้อมและในร่างกายของน้องแมว โดยเฉพาะในน้องแมวที่ไม่เคยใช้โปรแกรมป้องกันพยาธิภายในหรือเข้ารับการถ่ายพยาธิกับคุณหมอ 📍 ติดต่อง่าย หันไปทางไหนก็เจอแต่พยาธิปากขอ ! 🪱น้องแมวสามารถติดพยาธิปากขอได้จาก🔸 จากเพื่อนแมวด้วยกันเอง 🐱 : โดยพยาธิปากขอจะออกไข่ และออกมากับอุจจาระของน้องแมว เมื่อน้องแมวตัวอื่น ๆ มาสัมผัสหรือกินอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระที่มีไข่พยาธิ ก็จะสามารถติดพยาธิปากขอได้🔸 จากสิ่งแวดล้อม 🏡 : พยาธิปากขอสามารถอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นาน โดยพวกมันมักอยู่อาศัยบนพื้นดินที่มีความชื้นแฉะ เมื่อน้องแมวสัมผัสกับพื้นดินบริเวณนั้น ๆ พวกมันจะใช้ปากเจาะและชอนไชเข้าสู่ผิวหนังของน้องแมว ทำให้เกิดการติดเชื้อในลักษณะของการไชเข้าสู่ผิวหนังต่อไป🔸 จากการกินสัตว์พาหะ 🐭 : พยาธิปากขอมักมีหนูหรือแมลงสาบเป็นพาหะ เมื่อน้องแมวล่าสัตว์ดังกล่าวก็อาจเผลอกินพยาธิเข้าสู่ร่างกายได้ 📍 “พยาธิไชผิวหนัง” ภาวะอันตรายจากการใกล้ชิดน้องแมว 🪱คนเองก็ติดพยาธิปากขอจากน้องแมวได้เช่นกัน !…

  • n6

    เจ้าเหมียวเป็นลิวคีเมีย จะรุนแรงเหมือนโรคลูคีเมียในมนุษย์มั้ยนะ?? 🙀

    ““ลิวคีเมีย” แค่ได้ยินชื่อก็ขนหัวลุก ! 🙀 ถ้าน้องแมวป่วยด้วยโรคลิวคีเมียจะอันตรายแค่ไหน ? ถึงตายไหมนะ !? ไปหาคำตอบจากคุณหมอกัน 📍 โรคลิวคีเมีย คืออะไร ? โรคลิวคีเมีย (leukemia) คือโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวซึ่งเกิดจากการที่เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดตัวอ่อนเพิ่มมากขึ้นอย่างผิดปกติภายในร่างกาย โดยเซลล์เม็ดเลือดขาวเหล่านี้จะไม่สามารถเจริญเติบโตเป็นตัวแก่เพื่อทำหน้าที่ได้ตามปกติ ซ้ำยังยับยั้งการเติบโตของเซลล์เม็ดเลือดชนิดอื่น ๆ ส่งผลให้เกิดความผิดปกติตามมา 📍 อาการของโรคลิวคีเมีย ? อาการของโรคลิวคีเมียที่พบได้บ่อยคือร่างกายเกิดการความอ่อนแอ อ่อนเพลีย มีเลือดออกผิดปกติหรือมีจุดเลือดออกจากการที่เกล็ดเลือดต่ำ ติดเชื้อง่ายจากการที่เซลล์เม็ดเลือดขาวอ่อนแอในรายที่รุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว ! 📍 โรคลิวคีเมียในน้องแมว vs โรคลิวคีเมียในคน ถึงจะชื่อเดียวกันแต่โรคลิวคีเมียในน้องแมวและโรคลิวคีเมียในคนก็มีความแตกต่างกันอยู่นะ 🔸 ด้านสาเหตุ 🐱 แมว : เกิดจากการติดเชื้อไวรัส FeLV👦🏻 คน : เกิดจากพันธุกรรม และความผิดปกติของเซลล์ต้นกำเนิด 🔸 ด้านการติดต่อ 🐱 แมว : ติดต่อระหว่างกันได้ผ่านทางสารคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย น้ำตา น้ำนม ปัสสาวะและอุจจาระ…

  • n7

    รองเท้าของทาส…สาเหตุที่ทำให้เหมียวป่วยได้ 🙀

    “ใครว่ามีแต่น้องหมาที่ชอบงับรองเท้า… น้องเหมียวบ้านเรานี่แหละ จอมทำลายล้างรองเท้าอันดับหนึ่ง ! 🤣 ถึงแม้รองเท้าจะเป็นของเล่น (?) อันโปรดปรานของน้องเหมียว แต่รู้หรือไม่ ? การเล่นรองเท้าบ่อย ๆ อาจทำให้น้องเหมียวป่วยได้ ! 🙀 🤔 ทำไมแค่เล่นรองเท้าก็ป่วยได้ ? ✅ นั่นเป็นเพราะรองเท้าเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคต่าง ๆ มากมาย ซึ่งอาจบังเอิญไปปนเปื้อนกับปัสสาวะและอุจจาระของน้องแมวจรที่ป่วยด้วยโรคต่าง ๆ หรือมีตัวอ่อนของปรสิตรวมถึงไข่พยาธิปะปนอยู่ ส่งผลให้เมื่อน้องแมวมากัด แทะ เล่นหรือคลอเคลียกับรองเท้าของทาสจึงอาจรับเชื้อเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายได้นั่นเอง 🤔 ร้ายแรงแค่ไหนกันนะ ? ✅ ขึ้นอยู่กับเชื้อโรคที่น้องแมวรับเข้าไปหากเป็นไข่หรือตัวอ่อนของพยาธิ พยาธิเหล่านี้จะเข้าไปภายในทางเดินอาหารของน้องแมว และใช้ฟันอันแหลมคมกัดเพื่อดูดเลือดแย่งชิงสารอาหารภายในลำไส้ส่งผลให้น้องแมวผอม อ่อนเพลีย และป่วยได้ง่าย หากเป็นกรณีร้ายแรงเช่น เชื้อโรคฉี่หนู อาจทำให้น้องแมวป่วยรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ! 🤔 ป้องกันอย่างไรดี ? ✅ วิธีการป้องกันที่ดีที่สุด คือ 🔸 การป้องกันไม่ให้น้องแมวมาเล่นรองเท้า โดยอาจเก็บรองเท้าในที่มิดชิดเพื่อป้องกันไม่ให้น้องแมวเข้าถึงได้ 🔸 ล้างมือ หรืออาบน้ำทำความสะอาดร่างกายก่อนเล่นกับน้องแมว 🔸 หาของเล่นใหม่…

  • n8

    เรื่องใหญ่แล้ว เหมียวเป็นไรในหูยกแกงค์ 🙀

    “เรื่องใหญ่มาเยือน เมื่อน้องแมว “คัน เกา สะบัดหู” ยกแก๊งแบบนี้เสี่ยงติดไรในหูชัวร์ ! 🙀เป็นไปได้ยังไงงง น้องแมวติดไรในหูมาจากไหนกันนะ ? 🤔เปิดโผ 3 อันดับ “ไรในหู” ติดจากไหนได้บ้าง มาดูกัน ! 👉🏻 ติดจากเพื่อน (แมวสู่แมว) 🐱สาเหตุอันดับ 1 ก็คือติดจากเพื่อนแมวด้วยกันเองนี่แหละ !เพราะ “ไรในหู” เป็นปรสิตที่ใช้ชีวิตอยู่ในช่องหูของน้องแมวเป็นหลักเมื่อน้องแมวอาศัยอยู่ร่วมกันหลาย ๆ ตัว หรืออยู่ตัวเดียว แต่มีเพื่อนแมวจรแวะมาเยี่ยมเยียน พวกเขามักมีพฤติกรรมคลอเคลียซึ่งกันและกันจนเกิดการติดต่อของไรในหูจากน้องแมวตัวหนึ่งไปยังน้องแมวอีกตัวหนึ่งได้นอกจากนี้ อีกหนึ่งกรณีที่มักพบได้บ่อยในน้องแมวอายุน้อยคือการที่แม่แมวที่มีไรในหูมักอาศัยอยู่ใกล้ชิดกับลูกแมว จึงทำให้เกิดการติดต่อจากแม่ไปสู่ลูกได้นั่นเอง โดยน้องแมวที่มักมีโอกาสติดไรในหูได้มากคือน้องแมวที่เลี้ยงแบบปล่อยออกนอกบ้านได้อย่างอิสระเพราะมีโอกาสรับเอาตัวไรมาจากแมวจรหรือสิ่งแวดล้อมนอกบ้าน 👉🏻 ติดจากเพื่อนต่างสายพันธุ์ (สุนัขสู่แมว) 🐶สาเหตุรองลงมาก็คือการติดต่อกันข้ามสายพันธุ์หรือที่มักพบในกรณีของการติดไรในหูจากน้องหมามาสู่น้องแมวนั่นเองสาเหตุเป็นเพราะเจ้าไรในหูที่ติดต่อกันทั้งในน้องหมาและน้องแมวเป็นไรสายพันธุ์เดียวกัน การติดต่อจึงติดข้ามกันไปมาได้นั่นเอง นอกจากนี้ นอกจากน้องแมวและน้องหมาแล้วยังเคยมีรายงานการติดไรในหูจากทั้งในกระต่ายและเฟอเรทอีกด้วยดังนั้นหากบ้านไหนเลี้ยงน้องแมวร่วมกับสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษอื่น ๆอย่าลืมระมัดระวังการติดไรในหูมาสู่น้องแมวให้ดี พร้อมทั้งป้องกันไรในหูกับสัตว์เลี้ยงทุกตัวภายในบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตัดวงจรไรในหูภายในบ้าน 👉🏻 ติดจากเจ้าของ 👨🏻สาเหตุสุดท้ายคือการติดจากเจ้าของมาสู่น้องแมว(ถึงจะมีโอกาสพบได้น้อย แต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้นะ !)จากการที่เจ้าของออกไปเที่ยวนอกบ้านและสัมผัสกับแมวที่มีไรในหูเจ้าไรในหูอาจติดมากับมือของเจ้าของ เมื่อเจ้าของลูบไล้น้องแมวไรในหูจึงติดไปสู่น้องแมวได้นั่นเอง ไรในหู ติดต่อง่าย แถมติดได้หลายช่องทางกว่าที่คิด !ปิดจุดบอด เสริมการป้องกันการติดไรในหูให้กับน้องแมวตั้งแต่วันนี้…

  • n9

    เลือกยังไงให้มงลง !! วิธีเลือกผลิตภัณฑ์ป้องกันไรในหู

    “ไรในหู ศัตรูตัวฉกาจของน้องแมว สาเหตุของภาวะช่องหูอักเสบที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ! 😱 ถึงจะฟังดูน่ากลัว แต่ไรในหู สามารถกำจัดและป้องกันได้ด้วยผลิตภัณฑ์ป้องกันไรในหูที่มีประสิทธิภาพ 🥳 แต่เอ๊ะ ! ผลิตภัณฑ์ป้องกันไรในหูสำหรับน้องแมวมีขายตั้งมากมายในท้องตลาด(แถมยังมียาเถื่อนสุดแสนจะอันตรายแอบขายอยู่อีกด้วย!) แล้วแบบนี้ทาสแมวอย่างเราจะเลือกผลิตภัณฑ์ป้องกันไรในหูอย่างไรให้ปลอดภัยและได้ผลดี 🤔 วันนี้ เรามีเทคนิควิธีเลือกผลิตภัณฑ์ป้องกันไรในหูสำหรับน้องแมวมาฝากจะเลือกยังไงให้มงลงมาดูกัน ! 🥰 ✅ เลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยเลือกผลิตภัณฑ์ป้องกันไรในหูสำหรับน้องแมว ต้องเลือกแบบที่มั่นใจว่าปลอดภัยทั้งกับน้องแมวและเจ้าของ โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากระบุรายละเอียดอย่างชัดเจนทั้งชื่อการค้า ชื่อตัวยา ปริมาณยา วิธีการใช้ คำเตือน ข้อควรระวัง วิธีการเก็บรักษารายละเอียดผู้ผลิตและจัดจำหน่าย รวมถึงวันที่ผลิต วันที่หมดอายุ และที่สำคัญต้องมีเลขทะเบียนที่ถูกต้องตามกฎหมายระบุไว้ข้างกล่อง ✅ เลือกผลิตภัณฑ์ที่ตัวยาได้รับการรับรองจากสัตวแพทย์บอกลายาแปลก ยาเถื่อน โดยการขอคำแนะนำตัวยาที่ปลอดภัยจากสัตวแพทย์ซึ่งตัวยาเหล่านั้นจะต้องได้รับการรับรองจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) (หากไม่มั่นใจสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ของ อย. ได้เลย) ✅ เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพประสิทธิภาพถือเป็นสิ่งสำคัญไม่ต่างจากความปลอดภัย เจ้าของควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มั่นใจว่าออกฤทธิ์ได้เร็วและเห็นผลตั้งแต่การใช้ครั้งแรก เพราะช่วงเวลาที่น้องแมวไม่ได้รับการปกป้องจากการรอผลิตภัณฑ์ออกฤทธิ์ถือเป็นช่องว่างสำคัญที่ทำให้น้องแมวมีไรในหูและเกิดภาวะช่องหูอักเสบตามมาได้ ✅ เลือกผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อน้องแมวโดยเฉพาะห้ามใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์ชนิดอื่น เช่น ผลิตภัณฑ์ป้องกันปรสิตสำหรับน้องหมาในน้องแมว เนื่องจากชนิดของยาและปริมาณยาที่เหมาะสมมีความแตกต่างกันอาจก่อให้เกิดอันตรายเมื่อใช้ในน้องแมวได้ ✅ เลือกขนาดของผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับน้องแมวผลิตภัณฑ์ป้องกันปรสิตและไรหูในน้องแมวมักจะแนะนำให้ใช้อย่างเหมาะสมกับน้ำหนักตัวและอายุของน้องแมว ดังนั้นการเลือกซื้อแต่ละครั้งควรรู้น้ำหนักตัวและอายุ เพื่อสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ขนาดที่เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาเกินขนาดนั่นเอง ✅ เลือกผลิตภัณฑ์ที่แห้งไว…

  • n10 1

    คาดไม่ถึง….ข้อควรรู้ ! สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ! เมื่อเลี้ยงน้องแมวระบบปิด

    “ใครเคยสงสัยบ้างว่าถ้าน้องแมวมีไรในหู ควรหยดหลังคอหรือหยดยาในหูดี ?แล้วทั้งสองวิธีนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร ? 🤔วันนี้เรามีคำตอบจากคุณหมอมาฝาก ! 🥰 🌟 การหยดหลังคอ และ การหยดยาในหู มีจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน !ไม่เหมือนกัน และแทนกันไม่ได้ ! 🌟 🐱 การหยดหลังคอ เป็นการหยดยาที่ออกฤทธิ์ในการป้องกันปรสิตในน้องแมวโดยเฉพาะไรในหู ซึ่งตัวยาจะซึมผ่านชั้นไขมันของน้องแมว และกระจายตัวเข้าสู่ร่างกายเพื่อออกฤทธิ์ป้องกันปรสิต 🐱 การหยดยาในหู โดยปกติจะมี 2 รูปแบบ คือ🔸 การหยดน้ำยาล้างหู เป็นการหยดน้ำยาเพื่อทำความสะอาดช่องหู โดยเฉพาะการขจัดเอาขี้หูและสิ่งสกปรกออกจากช่องหู เพื่อให้ยาหยดหูออกฤทธิ์ได้ดีมากยิ่งขึ้น🔸 การหยดยาในหู เป็นการหยดยาที่ออกฤทธิ์ในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราเพื่อรักษาภาวะช่องหูอักเสบในน้องแมว โดยภาวะช่องหูอักเสบนี้มักเป็นภาวะที่พบตามมาเมื่อน้องแมวมีไรในหูแมวนั่นเอง 📍 สรุปแบบเข้าใจง่าย ๆ 👨🏻‍⚕️ เมื่อน้องแมวมีไรในหู สิ่งแรกที่ต้องทำคือการพาน้องแมวไปรับการตรวจกับคุณหมอ หากน้องแมวป่วยด้วยภาวะช่องหูอักเสบจากการติดไรในหู คุณหมอจะทำการหยดน้ำยาล้างหูเพื่อทำความสะอาดช่องหู จากนั้นหยดยาเพื่อรักษาภาวะช่องหูอักเสบ ควบคู่ไปกับการหยดหลังเพื่อกำจัดไรในหู และป้องกันการกลับมาติดไรในหูซ้ำนั่นเอง ! 🥰 ไม่อยากให้น้องแมวมีไรในหู อย่าลืมเลือกผลิตภัณฑ์หยดหลังที่มีคุณภาพและออกฤทธิ์ป้องกันไรในหูได้อย่างมีประสิทธิภาพ 🧡 🐱 ดูแลน้องแมวด้วย EVOLUTION of Cat…