เคล็ดลับปกป้อง
ข้อมูล คำแนะนำ และเคล็ดลับการดูแลแมวจากสัตวแพทย์ เพื่อช่วยให้คุณดูแลแมวแสนรักให้สุขภาพแข็งแรง มีความสุข และอยู่กับคุณไปนาน ๆ

บทความล่าสุด
-

เปิดหน้า 33 ปรสิตร้ายรอบตัวน้องเหมียว !
อ่านต่อ ‣: เปิดหน้า 33 ปรสิตร้ายรอบตัวน้องเหมียว !🤔 “เลี้ยงน้องแมวอย่างดี กินหรู อยู่แต่ในห้องแอร์ เท่านี้ก็ปลอดภัยจากปรสิต” 🤔ความเชื่อสุดคลาสสิกของทาสแมวที่ทำให้น้องเหมียวเจ็บป่วยมานักต่อนัก ! 😿📍 ทาสรู้หรือไม่ ? แค่ลมพัดผ่านหน้าต่าง ส้นรองเท้าทาสที่เหยียบเข้าบ้าน หรือยุงที่บินเข้ามาภายในบ้านก็สามารถพา “33 ปรสิตร้าย” เข้ามาตั้งรกรากบนตัวลูกรักได้ทันทีโดยที่เราไม่รู้ตัว ! ปรสิตร้าย 33 ตัวนี้ มีอะไรบ้าง มาดูกัน ! 😱🚨 🔍 เจาะลึกแก็ง 33 ปรสิตร้าย ตัวการทำลายสุขภาพเหมียว 😿ปรสิตร้ายทั้ง 33 ชนิดที่คอยจ้องจะเล่นงานน้องแมว สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้ดังนี้ 1️⃣ ปรสิตภายนอก 👾📍หมัด : ตัวการหลักที่ทำให้เกิดภาวะแพ้น้ำลายหมัด คันคะเยอ ผิวหนังอักเสบ พาหะนำพยาธิตืดแตงกวาที่คอยแย่งชิงสารอาหารในลำไส้น้องแมว แถมยังเป็นพาหะของ “โรคพยาธิเม็ดเลือด” ในน้องแมวได้อีกด้วย📍 เห็บ : ต้นเหตุของการเกิดภาวะผิวหนังอักเสบที่ทำให้น้องแมวคันคะเยอ📍 ไรหู : ตัวการที่ก่อให้เกิดอาการคันหูอย่างรุนแรง ส่งผลให้น้องแมวสะบัดหัวบ่อย…
-

“ตัดวงจร ถอนราก ถอนโคน !” หัวใจสำคัญของการป้องกันหมัดในน้องเหมียว
อ่านต่อ ‣: “ตัดวงจร ถอนราก ถอนโคน !” หัวใจสำคัญของการป้องกันหมัดในน้องเหมียวทาสแมวทั้งหลายเคยสงสัยไหมว่า “ทำไมทั้ง ๆ ที่หยดหลังก็แล้ว แถมเพิ่งพาน้องแมวไปอาบน้ำตัดขนมาแล้วแท้ ๆ แต่ผ่านไปไม่กี่วัน น้องแมวกลับมาเกาตัวยิ๊ก ๆ สะบัดหัว หรือมีตัวหมัดวิ่งเพ่นพ่านให้เห็นอีกแล้ว ?” 🤔เหตุผลเป็นเพราะทาสกำลังตกหลุมพรางของการ “กำจัดหมัดแค่เพียงตัวเต็มวัย แต่ไม่ได้ตัดวงจรชีวิตปรสิตเหล่านั้นให้สิ้นซาก” 🚨ซึ่งนี่ ถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แก็งปรสิตไม่มีวันหมดไปจากบ้านสักที ! 😱 🔍 ทำไมการกำจัดแค่ “ตัวเต็มวัย” ถึงไม่พอ ? ✅ เพราะหมัดตัวเต็มวัยที่เห็นคิดเป็นแค่ 5% ส่วนอีก 95% ที่เหลือคือภัยเงียบในสิ่งแวดล้อม 🏡👉🏻 หมัดตัวเต็มวัยที่เรามองเห็นบนตัวน้องแมว คิดเป็นเพียงแค่ 5% เท่านั้น ของหมัดทั้งหมดในบ้าน !ส่วนอีก 95% ที่เหลือ แฝงตัวอยู่นอกตัวน้องแมวในรูปของ ไข่ ตัวอ่อน และดักแด้ ที่ตกค้างซุกซ่อนอยู่ตามซอกโซฟา เบาะนอน คอนโดแมว พรม หรือรอยต่อของพื้นบ้าน ซึ่งตาเปล่ามองแทบไม่เห็น 😱ดังนั้น หากทาสใช้ตัวช่วยที่ฆ่าได้เฉพาะตัวเต็มวัยบนตัวน้องไข่และตัวอ่อนอีก 95% ที่ฟักตัวอยู่ในบ้านก็พร้อมจะฟักเป็นตัวเต็มวัยตัวใหม่ แล้วฟื้นคืนชีพกลับมาไต่ขึ้นตัวน้องแมวเพื่อดูดเลือดและวางไข่ซ้ำอีกครั้งในเวลาเพียงไม่กี่วันเกิดเป็นวงจรอุบาทว์ที่ทำให้น้องแมวต้องเผชิญกับอาการผิวหนังอักเสบและเสี่ยงติดโรคร้ายไม่จบไม่สิ้น 🥲…
-

3 พฤติกรรมทาส ทำเหมียวเครียดไม่รู้ตัว !
อ่านต่อ ‣: 3 พฤติกรรมทาส ทำเหมียวเครียดไม่รู้ตัว !ขึ้นชื่อว่าเป็นน้อง “แมว” ย่อมเป็นสัตว์ที่มีโลกส่วนตัวสูง ไวต่อสิ่งเร้า และรักความสงบเป็นชีวิตจิตใจ 🐈⬛ ทาสแมวหลายคนมักคิดว่าการปรนเปรอและทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับพวกเขาคือการแสดงความรัก แต่ในความเป็นจริง พฤติกรรมบางอย่างที่เราคิดว่าหวังดีหรือมองว่าเป็นเรื่องสนุก อาจกำลังสร้าง “ความเครียดสะสม” ให้กับเจ้าเหมียวอย่างรุนแรง 😿 ซึ่งความเครียดเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำลายสุขภาพจิตของน้อง ๆ เท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย ทำให้น้องแมวเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้นอีกด้วย 😿 วันนี้เรามาสแกน 3 พฤติกรรมยอดฮิตของทาสที่ต้องรีบปรับเปลี่ยนด่วน มีอะไรบ้างไปดูกัน ! 👇🏻 🔍 เจาะลึก 3 พฤติกรรมที่ทาสทำเหมียวเครียดไม่รู้ตัว ! 😿 1️⃣ กิจกรรมที่ทำให้น้องแมวไม่สบายตัว 😖👉🏻 ทาสสายแฟชั่นชอบจับน้องแมวแต่งตัว ใส่เสื้อผ้าหนาๆ หรือใส่ปลอกคอชิ้นใหญ่ที่มีกระดิ่งเสียงดัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้รบกวนสัญชาตญาณการเคลื่อนไหวและการรับเสียงตามธรรมชาติของน้องแมวรวมถึง “การหยดโปรแกรมป้องกันปรสิต” ที่เหนียวเหนอะหนะ กลิ่นฉุนรุนแรง และระคายเคืองผิวหนัง จนทำให้น้องรู้สึกแสบร้อนและพยายามเลียออก กิจกรรมเหล่านี้ทำให้น้องอึดอัดและเครียดจัดทันทีที่ทำ ทาสจึงควรหลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่ไม่จำเป็น และหันมา เลือกโปรแกรมป้องกันปรสิตที่อ่อนโยน สบายตัว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่มีกลิ่นฉุน เพื่อลดความเครียดของน้องแมว 2️⃣ การพาเพื่อนเหมียวแปลกหน้าเข้าบ้านใหม่ทันที…
-

วัคซีนแมวจำเป็นแค่ไหน ? ถ้า “น้องแมวไม่เคยออกจากบ้านเลย” 🐈🏠
“น้องเหมียวเลี้ยงแต่ในบ้าน ไม่เคยให้ก้าวขาออกไปนอกรั้วเลย วัคซีนยังจำเป็นอยู่ไหม?” 🤔นี่คือคำถามยอดฮิตที่ทาสแมวสายเลี้ยงในระบบปิดมักจะสงสัยเพราะหลายคนมองว่าในเมื่อน้องไม่ได้ไปคลุกคลีกับแมวตัวอื่น หรือไปเสี่ยงในพงหญ้านอกบ้าน เชื้อโรคจะเข้ามาหาได้อย่างไร ?แต่ในความเป็นจริง “กำแพงบ้านไม่ใช่กำแพงกันโรค” เสมอไป วันนี้เรามาดูเหตุผลกันว่าทำไมวัคซีนถึงยังเป็นเรื่อง “จำเป็น” แม้จะเลี้ยงน้องแมวให้อยู่แต่ภายในบ้านก็ตาม 🧡 🏠 1. เชื้อโรคร้าย… แฝงตัวมากับ “แมวจร” นอกรั้วบ้าน (และตัวเราด้วย !)แม้ลูกเราจะอยู่แต่ในบ้าน แต่แมวจรนอกบ้านที่อาจเป็นพาหะของโรค เช่น ไข้หัดแมว หรือโรคหวัดแมว มักจะแวะเวียนมาทักทายตามช่องหน้าต่าง หรือมาขับถ่ายทิ้งไว้แถวหน้าบ้านอยู่เสมอ (โดยเฉพาะช่วงติดสัด)เชื้อไวรัสที่ติดมากับแมวเหล่านี้มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมสูงมาก มันสามารถติดมากับพื้นรองเท้า เสื้อผ้า หรือมือของเจ้าของที่เผลอไปสัมผัสโดน แล้วตัวเราเองนั่นแหละที่เป็นคนพาเชื้อโรคเหล่านั้นเข้ามาติดน้องแมวในบ้านโดยไม่รู้ตัว 😱 🏥 2. จุดนัดพบที่เลี่ยงไม่ได้ เช่น คลินิก และร้านอาบน้ำ ตัดขนถึงแม้น้องจะไม่ออกไปเที่ยวเล่น แต่อย่าลืมว่าแค่ก้าวเท้าออกจากบ้าน (ถึงจะไม่ได้ไปเที่ยว) ก็เป็นพาพบกับความเสี่ยง เช่น การไปตรวจสุขภาพประจำปี การไปทำหมัน หรือการพาไปอาบน้ำตัดขนตามร้านสปาแมวสถานที่เหล่านี้คือจุดรวมตัวของสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก ซึ่งเราไม่อาจทราบได้เลยว่าแมวตัวก่อนหน้าที่มาใช้บริการมีเชื้อแฝงอยู่หรือไม่ การมีภูมิคุ้มกันจากวัคซีนจึงเป็น “เกราะป้องกัน” ที่สำคัญที่สุดเมื่อน้องต้องก้าวเท้าออกจากโซนปลอดภัยนั่นเอง 🦠 3. โรคพิษสุนัขบ้า อันตรายที่คาดไม่ถึงอย่าลืมว่าโรคพิษสุนัขบ้าไม่ได้ติดเฉพาะจากการโดนน้องหมากัด…
-

เห็บ vs หมัด ใครคือตัวร้ายที่อันตรายกับน้องเหมียวมากกว่ากัน ? 🐈⚔️
ทาสแมวมักจะคุ้นชินกับภาพเจ้าแมลงตัวเล็ก ๆ ที่คอยกวนใจน้องเหมียวลูกรักอยู่เสมอจนบางครั้งเราอาจเผลอชะล่าใจคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่รู้หรือไม่ ? ว่า “เห็บ” และ “หมัด” ไม่ได้แค่มาเกาะเพื่อดูดเลือดเท่านั้น 🥲แต่พวกมันคือผู้นำพาสารพัดโรคร้ายที่อาจพรากชีวิตน้องแมวได้เลยทีเดียว ! 😱ว่าแต่เห็บ vs หมัด ใครร้ายกับเจ้าเหมียวมากกว่ากัน มาดูกันเลย ! 🔴 “เห็บ” เพชฌฆาตเงียบ ผู้ดูดกลืนพลังเจ้าเหมียว 😿แม้เราจะพบเห็บในน้องแมวน้อยกว่าน้องหมา แต่เมื่อไรที่เห็บติดเจ้าเหมียวมา ความอันตรายก็ไม่น้อยหน้ากันเลยเพราะเห็บกัดจะทำให้น้องแมวเกิดการอักเสบและคัน โดยจุดที่เห็บฝังเขี้ยวลงไปดูดเลือดจะเกิดการอักเสบ บวมแดง และระคายเคืองอย่างรุนแรงในบางรายที่โดยดูดเลือดเยอะ ๆ อาจทำให้น้องแมวเกิดภาวะโลหิตจาง ส่งผลให้น้องแมวซึม เหงือกซีด และร่างกายอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว 🔴 “หมัด” ตัวร้ายเล็กจิ๋ว พลังทำลายล้างสูง 😿หมัดคือปรสิตอันดับ 1 ที่พบได้บ่อยที่สุดในน้องแมว แถมยังมีความน่ากลัวแฝงอยู่มากกว่าที่ตาเห็นเพราะการโดนหมัดกัดจะส่งผลให้น้องแมวเกิดอาการคันและเกิดภาวะโลหิตจางได้เช่นเดียวกับเห็บครับในน้องแมวที่แพ้น้ำลายหมัด จะพบอาการของโรคภูมิแพ้น้ำลายหมัด แค่เพียงโดนหมัดกัดแค่ครั้งเดียวก็อาจทำให้น้องแมวคันจนกัดแทะตัวเอง จนขนร่วงและผิวหนังอักเสบเหวอะหวะได้นอกจากนี้ หมัดยังเป็นพาหะของพยาธิเม็ดเลือดในแมวที่เข้าไปทำลายเม็ดเลือดแดง ทำให้น้องแมวไข้สูง ตัวเหลือง และเสียชีวิตได้หากได้รับรักษาช้าเกินไป 😱 🏆 สรุปแล้วใครร้ายกาจกว่ากันนะ ? 🤔หากถามว่าระหว่าง “เห็บและหมัด” อะไรอันตรายกับน้องแมวมากกว่ากันคำตอบคือ…
-

อย่าชะล่าใจ ! “ไข้หัดแมว” โรคมรณะ ติดตัวเดียว เสี่ยงตายยกบ้าน !
ในบรรดาโรคร้ายของน้องแมว ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในโรคที่ทำให้ทาสแมวขวัญผวามาโดยตลอด นั่นคือคือ “โรคไข้หัดแมว” (Feline Panleukopenia) เพราะโรคนี้คือโรคติดต่อร้ายแรงที่มีอัตราการตายสูงมาก โดยเฉพาะในลูกแมวที่เมื่อป่วยแล้วอาจพรากชีวิตพวกเขาไปได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน หากคุณเป็นหนึ่งในทาสแมวที่เลี้ยงแมวหลายตัว โรคนี้คือฝันร้ายที่จะทำให้คุณสูญเสียยกบ้านได้หากไม่รู้จักวิธีรับมือที่ถูกต้องเลยทีเดียวโรคไข้หัดแมวคืออะไร อันตรายแค่ไหน และที่ทำสำคัญ สามารถป้องกันได้อย่างไร ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย ! 👾 ไข้หัดแมวคืออะไร… และอันตรายแค่ไหน ? 🤔โรคไข้หัดแมวคือโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ที่มีชื่อว่า “พาร์โวไวรัส” (Parvovirus) ซึ่งมีความทนทานในสภาพแวดล้อมสูงมากเมื่อน้องแมวได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย เชื้อจะเข้าไปทำให้น้องแมวมีอาการซึม เบื่ออาหาร มีไข้ อาเจียน ท้องเสียรุนแรง และภูมิคุ้มกันตกรุนแรงจนติดเชื้อแทรกซ้อนได้ง่าย ที่น่ากลัวที่สุดคือ “ไม่มียารักษาไวรัสนี้โดยเฉพาะ” คุณหมอทำได้เพียงรักษาตามอาการเพื่อให้ร่างกายน้องสร้างภูมิขึ้นมาสู้กับเชื้อโรคได้เอง ซึ่งหลายครั้งร่างกายของน้องก็อาจทนไม่ไหวจนเสียชีวิตได้ในที่สุด 👃 ติดต่อง่าย… แพร่กระจายไวปานสายฟ้า !เชื้อไข้หัดแมวติดต่อกันได้ผ่านทาง “สารคัดหลั่ง” ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นอุจจาระ ปัสสาวะ น้ำมูก หรือน้ำลาย เพียงแค่แมวไปดมหรือสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อจากตัวที่ป่วยก็ติดได้ทันที นอกจากนี้ “เจ้าของ” ยังเป็นพาหะนำโรคเข้าบ้านได้โดยไม่รู้ตัว ผ่านการสัมผัสแมวป่วยนอกบ้านแล้วกลับมาจับแมวตัวเอง หรือเชื้อติดมากับรองเท้าและเสื้อผ้า เพราะไวรัสชนิดนี้อึดและทนทานอยู่ตามสิ่งแวดล้อมได้นานเป็นปี ! 🛡️ ป้องกันอย่างไร… ไม่ให้เกิดความสูญเสีย…
-

เช็ก “ของฝาก” ที่ไม่ได้รับเชิญ… ภารกิจล่าปรสิตหลังจบทริปของเจ้าเหมียว 🐈🔍
หลังจากพาน้องแมวออกไปเปิดหูเปิดตานอกบ้าน ไม่ว่าจะพาไปเดินเล่นในสวน หรือพาไปพักค้างคืนที่โรงแรมแมวสิ่งหนึ่งที่ทาสอย่างเราต้องทำทันทีเมื่อกลับถึงบ้านคือการ “Recheck” ร่างกายของเจ้าเหมียวอย่างละเอียด !เพราะสิ่งแวดล้อมนอกบ้าน อาจมี “ปรสิต” ตัวร้ายแอบแฝงตัวติดขนกลับมาเป็นของฝากที่ทำให้น้องป่วยได้ ! 😱 📍 5 จุดยุทธศาสตร์… ที่ปรสิตชอบซ่อนตัวในน้องเหมียว 🐈🔍ปรสิตมักแอบซ่อนตัวอยู่บนตัวน้องแมว โดยเฉพาะจุดอับสายตาที่น้องแมวเลียทำความสะอาดไม่ถึง 🔍 ใบหูและหลังหู 👂🏻จุดซ่อนตัวโปรดของ “เห็บ” และ “ไรหู” วิธีสังเกตให้ลองเปิดใบหูดูด้านในว่ามีจุดดำ ๆ เล็ก ๆ ขยับไปมา หรือมีคราบขี้หูเยอะผิดปกติไหม และอย่าลืมคลำบริเวณหลังหูซึ่งเป็นจุดที่เห็บชอบเกาะเพื่อดูดเลือดด้วยนะ ! 🔍 ซอกนิ้วเท้าและอุ้งเท้า 🐾เวลาน้องแมวเดินย่ำไปตามที่ต่าง ๆ ตัวอ่อนของปรสิตมักจะติดมาตามซอกเล็บหรือใต้อุ้งเท้ากลับมา ให้ลองกางนิ้วน้องดูเบา ๆ ว่ามีสิ่งแปลกปลอมเกาะอยู่หรือไม่ 🔍 โคนหางและก้น 🐈บริเวณนี้ (ช่วงท้ายลำตัว) คือแหล่งกบดานชั้นดีของ “หมัด” ให้ลองแหวกขนดูที่โคนหาง หากพบเศษผงสีดำเล็ก ๆ (ขี้หมัด) หรือเห็นตัวแมลงสีน้ำตาลวิ่งไว ๆ นั่นคือสัญญาณเตือนภัยว่าอาจมีหมัดแกะบนตัวน้องแมวแล้วล่ะ ! 🔍 ใต้คางและรอบคอ…
-

หยุด ! พาน้องแมวเล่นน้ำสงกรานต์ ความสนุกของคน แต่อาจเป็น “ฝันร้าย” ถึงชีวิตของแมว
เทศกาลสงกรานต์นับเป็นเทศกาลแห่งความสุขของคนเรา แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “น้องแมว” แล้ว บรรยากาศที่มีทั้งเสียงดัง คนพลุกพล่าน และการถูกสาดน้ำ อาจไม่ได้สนุกอย่างที่เราคิด ในฐานะเจ้าของที่รักเขาที่สุด เราจำเป็นต้องเข้าใจธรรมชาติของแมวและตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นก่อนจะสายเกินไป 🗣️ เพราะอะไร สัตวแพทย์ถึงไม่แนะนำให้พาน้องแมวไปเล่นน้ำสงกรานต์ ? 🤔 👨🏻⚕️ เพราะอาจทำให้น้องแมว “เครียดหนัก” จนถึงขั้นช็อกเสียชีวิตได้ 😱น้องแมวเป็นสัตว์ที่รักสันโดษและเครียดต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้ง่าย การออกไปเจอกับคนแปลกหน้าจำนวนมาก เสียงเพลงที่ดังสนั่น และการถูกสาดน้ำใส่แบบไม่ตั้งตัว จะสร้าง “ความเครียด” ให้กับน้องแมวอย่างมาก เมื่อความเครียดบวกกับอากาศที่ร้อนจัดจนระบายความร้อนไม่ทัน อาจทำให้น้องเกิดอาการหอบ หายใจลำบาก และเกิดภาวะช็อกจนหัวใจหยุดเต้นได้ในพริบตาเลยทีเดียว ! 🏠 ทางเลือกที่ดีที่สุด คือ ปล่อยให้น้องแมว “อยู่บ้าน” 🥰เพื่อให้สงกรานต์นี้เป็นช่วงเวลาที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับน้องแมว แนะนำให้👉🏻 ให้น้องรออยู่ที่บ้าน ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หรือเปิดพัดลม/แอร์ในอุณหภูมิที่พอเหมาะ เพื่อลดความเครียดให้น้องแมว และทำให้น้องแมวผ่อนคลายมากที่สุด👉🏻 เตรียมน้ำพุสะอาด ๆ ไว้หลายจุดให้น้องดื่มคลายร้อน👉🏻 สร้างพื้นที่ปลอดภัย โดยการหาที่ซ่อนหรือกล่องให้น้องซุกตัวเพื่อให้รู้สึกปลอดภัยจากเสียงเพลงดังนอกบ้านในช่วงเทศกาล สงกรานต์นี้ เปลี่ยนจากพาน้องแมวไปเล่นน้ำนอกบ้าน เป็นนอนพักผ่อนอย่างสงบในบ้านกันดีกว่า 🥰และอย่าลืมดูแลสุขภาพของพวกเขาอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการเสริมโปรแกรมป้องกันปรสิต และฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโรคประจำปี เพื่อช่วยให้พวกเขามีสุขภาพดีข้ามเทศกาลนี้ไปอย่างมีความสุข…
-

ร้อนนี้ต้องระวัง ! อาการป่วยที่มักพบในน้องแมวช่วงหน้าร้อน !
รู้หรือไม่ ? ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ เป็นช่วงที่น้องแมวต้องพบกับความเสี่ยงของการป่วยมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว “3 ความอันตราย” ที่มักจะแฝงตัวมากับอุณหภูมิที่พุ่งสูงมีอะไรบ้าง ไปดูกัน ! 📍1. ภาวะลมแดด (Heatstroke) ภัยเงียบที่มากับความร้อน 🌡️ร่างกายของน้องแมวระบายความร้อนได้ไม่ดีเท่าคนเรา โดยหลักๆ จะระบายผ่านการเลียขน (เพื่อให้น้ำลายช่วยพาความร้อนออกไป) และผ่านอุ้งเท้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่ออากาศร้อนจัดเกินไปจนร่างกายระบายไม่ทัน อุณหภูมิภายในตัวของพวกเขาจะเพิ่มสูงขึ้นจนส่งผลให้ระบบประสาทและอวัยวะภายในถูกทำลาย น้องแมวจะมีอาการอ้าปากหอบหายใจ น้ำลายยืด เหงือกแดงจัด หรือถึงขั้นช็อกหมดสติ ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิตและต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน 😱 📍2. กองทัพเห็บหมัด… บุกหนักในช่วงความร้อนชื้น 😱หน้าร้อนคือช่วงเวลาทองของการขยายพันธุ์ปรสิต ไม่ว่าจะเป็นเห็บหรือหมัด อุณหภูมิที่อบอุ่นช่วยให้ไข่เห็บและหมัดฟักตัวได้เร็วขึ้นอย่างมาก นอกจากจะทำให้น้องแมวคันคะเยอจนผิวหนังอักเสบแล้ว “หมัด” ยังเป็นพาหะนำพยาธิตัวตืด โรคภูมิแพ้น้ำลายหมัด และโรคพยาธิเม็ดเลือดในแมวซึ่งทำให้น้องป่วยหนักจนถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว 📍3. ปัญหาผิวหนัง… จากความอับชื้นที่คาดไม่ถึง 🦠ทาสแมวหลายบ้านเมื่อเห็นน้องแมวร้อนเลยพยายามช่วยระบายความร้อนด้วยการอาบน้ำให้บ่อยขึ้น หรือใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้น้องตลอดเวลา แต่รู้หรือไม่ ? ถ้าหากขนของน้องแมวแห้งไม่สนิทหลังอาบน้ำ ความร้อนบวกกับความชื้นจะกลายเป็นที่เพาะพันธุ์ชั้นดีของเชื้อราและยีสต์ ส่งผลให้น้องเริ่มมีผื่นแดง คัน ขนร่วงเป็นวง หรือมีกลิ่นอับ ซึ่งส่งผลให้พวกเขาต้องทนทุกทรมานจากอาการคันเป็นอย่างมาก 🛡️ วิธีดูแลและป้องกันให้น้องแมวแฮปปี้ตลอดหน้าร้อน 🥰การป้องกันล่วงหน้าคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้น้องแมวปลอดภัยจากโรคร้ายเหล่านี้ วิธีการดูแลน้องแมวง่าย…
-

ถ้าน้องแมวได้รับวัคซีนที่จำเป็นในแต่ละช่วงอายุไม่ครบจะเป็นไง ?แล้วมีวัคซีนหรือโปรแกรมไหนบ้างที่จำเป็น ?
“ตอบปัญหาคาใจทาสแมว ! 🥰ถ้าน้องแมวได้รับวัคซีนที่จำเป็นในแต่ละช่วงอายุไม่ครบจะเป็นอย่างไร ? 🤔แล้วมีวัคซีนหรือโปรแกรมไหนบ้างที่จำเป็น ? 🤔 📍 วัคซีนคืออะไร ? 💉วัคซีนคือตัวช่วยสำคัญที่จะเข้าไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของน้องแมวซึ่งพัฒนามาจากเชื้อโรคที่ทำให้อ่อนแรงจนไม่สามารถทำให้เกิดอาการป่วยได้เชื้อที่ตายแล้ว หรือชิ้นส่วนของเชื้อโรค 📍 ทำไมต้องเรียกว่า “โปรแกรมวัคซีน” ? 🗓สาเหตุที่ต้องเรียกว่า “โปรแกรม” เป็นเพราะการให้วัคซีนจำเป็นที่จะต้องให้หลายเข็มติดต่อกัน เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการจดจำเชื้อโรคได้ โดยโปรแกรมวัคซีนหลักในน้องแมวจะเริ่มให้ตั้งแต่น้องแมวอายุครบ 8 สัปดาห์ และให้ทั้งหมด 3 เข็มห่างกัน 2-4 สัปดาห์ตามคำแนะนำของคุณหมอ 📍 ถ้าให้ไม่ครบจะเกิดอะไรขึ้น ? 🙀หากให้ไม่ครบ ไม่ว่าจะให้แค่เข็มเดียว หรือให้ไม่ติดต่อกัน ระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายจะค่อย ๆ ลดลง จนในที่สุดก็จะจดจำเชื้อโรคไม่ได้ และไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคเมื่อเข้าสู่ร่างกายได้นั่นเอง 📍 วัคซีนหรือโปรแกรมไหนบ้างที่จำเป็น ? 😀วัคซีนที่แนะนำให้ฉีดในน้องแมว คือ วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าวัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมียในแมว และวัคซีนรวม ซึ่งในปัจจุบันการฉีดวัคซีนรวมเพียงเข็มเดียวก็สามารถปกป้องครอบคลุมได้ถึง 3 โรค ได้แก่ โรคไข้หัดแมวโรคไข้หวัดแมว และโรคช่องปากและลิ้นอักเสบในแมว โดยโปรแกรมที่แนะนำได้แก่ 🐱 โปรแกรมวัคซีนสำหรับน้องแมว🗓…
-

คาดไม่ถึง….ข้อควรรู้ ! สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ! เมื่อเลี้ยงน้องแมวระบบปิด
“ใครว่าเลี้ยงน้องแมวให้อยู่แต่ในระบบปิด น้องแมวจะปลอดภัยจากภัยร้ายรอบตัว… 😱 เพราะสิ่งต่าง ๆ รอบตัว (โดยเฉพาะสิ่งที่เจ้าของมักมองข้าม) ก็อาจนำภัยร้ายมาสู่น้องแมวได้ 😱 ภัยร้ายที่เจ้าของมักมองข้าม ได้แก่ 🧴 ผลิตภัณฑ์น้ำยาทำความสะอาดพื้น :ถึงแม้น้ำยาทำความสะอาดพื้นจะสามารถช่วยกำจัดเชื้อโรคได้ แต่สารเคมีเหล่านี้นับเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้น้องแมวเกิดอาการแพ้ได้เช่นกัน นอกจากนี้กลิ่นของน้ำยาทำความสะอาดพื้นยังอาจก่อให้เกิดความระคายเคืองในทางเดินหายใจของน้องแมว ทำให้น้องแมวป่วยได้อีกด้วย 🧴 ผงซักฟอก/น้ำยาซักผ้า/น้ำยาปรับผ้านุ่ม :ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดนับเป็นสารเคมีซึ่งอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนังของน้องแมว ส่งผลให้น้องแมวเกิดอาการแพ้ คัน และขนร่วงได้ เจ้าของควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยน ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง และล้างน้ำให้สะอาดทุกครั้ง 🧴 น้ำยาล้างอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น จาน ชาม ถ้วย ของเล่น :น้ำยาล้างทำความสะอาดเหล่านี้นับเป็นสารเคมีที่น้องแมวมีโอกาสสัมผัสได้สูงหากเลือกแบบที่ออกฤทธิ์แรงหรือล้างน้ำไม่สะอาด อาจมีสารตกค้างสะสมและเป็นอันตรายต่อน้องแมวได้ 🔸 สเปรย์ปรับอากาศ/กลิ่นภายในบ้าน :น้องแมวเป็นสัตว์ที่มีประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นที่ดีกว่ามนุษย์ ดังนั้นการใช้สารเคมีในอากาศ ไม่ว่าจะเป็นสเปย์ปรับอากาศ กลิ่นน้ำหอม รวมถึงควันจากธูป อาจเป็นสาเหตุทำให้น้องแมวเกิดปัญหาทางระบบทางเดินหายใจได้ 🔸 แป้งฝุ่นทาตัว :แป้งฝุ่นเป็นอนุภาคขนาดเล็กที่ฟุ้งกระจายในอากาศ สามารถเป็นตัวการในการกระตุ้นและเพิ่มโอกาสการเป็นภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจ ส่งผลให้น้องแมวเกิดการจามหายใจติดขัด ระคายเคือง แพ้ หรือติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้ 🔸 ปรสิตตัวร้ายทั้งภายในและภายนอก :ถึงแม้จะเลี้ยงน้องแมวในระบบปิด…