สำหรับทาสแมวแล้ว ปัญหาเรื่องกวนใจอันดับต้น ๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องแมวเป็นหมัด ซึ่งเจ้าปรสิตตัวจิ๋วเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความรำคาญใจให้สัตว์เลี้ยงเท่านั้น แต่ยังกวนใจทาสแมวอย่างเราที่ต้องทนเห็นตัวหมัดวิ่งกระโดดอยู่บนตัวน้องแมวแสนรักของเราด้วย โดยหมัดแมว ลักษณะทางกายภาพของมันเอื้อต่อการหลบซ่อนและแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว จนอาจลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่ในบ้าน หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รู้วิธีรับมือที่ถูกต้อง ปัญหานี้อาจลามไปสู่การที่หมัดแพร่กระจายไปทั่วบ้าน หรือหมัดแมวกัดคน จนเกิดอาการคันและตุ่มแดงตามผิวหนัง ดังนั้นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการ สัญญาณเตือน และ วิธีกําจัดหมัดแมว อย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทาสแมวอย่างเราไม่ควรละเลย
Key Takeaways
- หมัดแมว ลักษณะลำตัวแบนในแนวข้าง ไม่มีปีก สีน้ำตาลเข้มถึงดำ มีขาหลังที่แข็งแรงใช้สำหรับกระโดด ซึ่งแตกต่างจากเห็บอย่างชัดเจน
- การสังเกตว่า แมวเป็นหมัด สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการเช็กพฤติกรรมการเกา กัดแทะผิวหนัง อาการทางผิวหนัง การพบอึหมัดหรือไข่หมัด และการใช้ผ้าเช็ดตัวสีขาวร่วมกับหวีซี่ถี่
- หมัดแมวสามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น โรคผิวหนังอักเสบจากการแพ้น้ำลายหมัด ภาวะโลหิตจาง และเป็นพาหะนำพยาธิตัวตืด
- การกำจัดหมัดให้ได้ผล ต้องทำควบคู่กันทั้งการดูแลบนตัวแมว และการทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมเพื่อตัดวงจรชีวิตของหมัด
สารบัญบทความ
หมัดแมวคืออะไร มีลักษณะอย่างไร?
หมัดแมว คือ แมลงปรสิตภายนอกขนาดเล็กที่ไม่มีปีก ดำรงชีวิตด้วยการดูดเลือดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นอาหาร โดยเฉพาะแมวและสุนัข หากเรามาส่องดูหมัดแมว ลักษณะทางกายภาพของมันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากแมลงชนิดอื่นอย่างสิ้นเชิง
ลำตัวของหมัดแมวจะมีลักษณะแบนในแนวข้าง ซึ่งช่วยให้มันสามารถวิ่งเคลื่อนที่ผ่านเส้นขนอันหนาทึบของเจ้าเหมียวได้อย่างรวดเร็ว ตัวเต็มวัยจะมีขนาดเล็กมากเพียง 1–3 มิลลิเมตร มีสีน้ำตาล ไปจนถึงสีดำสนิท โครงสร้างร่างกายภายนอกมีเปลือกแข็งหุ้ม และที่สำคัญ คือมีขาคู่หลังที่มีขนาดยาวและแข็งแรงเป็นพิเศษ ทำให้มันสามารถกระโดดได้ไกลและสูงกว่าขนาดตัวของมันหลายเท่าตัว ซึ่งต่างจากพฤติกรรมของ เห็บหมา เห็บแมว ที่เชื่องช้ากว่า
หมัดแมวต่างจากเห็บอย่างไร
หลายคนยังคงสับสนระหว่าง เห็บหมัด ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร เพราะเป็นปรสิตดูดเลือดเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งสองชนิดนี้มีลักษณะทางกายภาพและพฤติกรรมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังตารางเปรียบเทียบต่อไปนี้
| คุณลักษณะ | หมัด | เห็บ |
| รูปร่างลักษณะ | ลำตัวแบนราบในแนวข้าง สีน้ำตาล-ดำ | ลำตัวแบนในแนวบนล่าง กลมหรือรีคล้ายเมล็ดผลไม้ |
| จำนวนขา | มี 6 ขา ขาหลังยาวใช้กระโดด | ตัวเต็มวัยมี 8 ขา |
| การเคลื่อนที่ | กระโดดได้สูงและไกล วิ่งเร็วมากในแนวขน | วิ่งช้า ไม่สามารถกระโดดได้ |
วิธีสังเกตว่าแมวมีหมัด สัญญาณที่ต้องรู้
บางครั้งการมองหาตัวหมัดตรง ๆ บนตัวเจ้าเหมียวอาจไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะน้องแมวขนหนา แต่ทาสแมวสามารถสังเกตสัญญาณเตือนของหมัดแมวเหล่านี้ได้ดังนี้
- มีอาการคันเกา: แมวมีอาการเกา กัด หรือไถผิวหนังตามพื้นผิวบ่อยผิดปกติ โดยเฉพาะบริเวณหัวและคอ ตลอดจนด้านหลังของน้องแมว อาจพบร่องรอยของการเกา เช่น ผิวหนังแดงเป็นรอยเกา หรือขนร่วง
- พบตัวหมัดหรือเศษผงสีดำตามขน: เมื่อแหวกขนดู จะพบตัวหมัด หรือจุดดำเล็ก ๆ อยู่ตามผิวหนัง คือ อึหมัด นั่นเอง
- พบ ไข่หมัด: มีลักษณะเป็นเม็ดสีขาวขุ่นขนาดจิ๋วคล้ายเม็ดเกลือ ตามตัวน้องแมวหรือพบตามบริเวณที่น้องแมวชอบอยู่
- ตรวจหาหมัดด้วยผ้าขาว: วางแมวบนผ้าเช็ดตัวสีขาวหรือแผ่นรองซับ แล้วใช้หวีซี่ถี่แปรงขน หากพบเศษผงดำ เมื่อลองหยดน้ำแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง อาจเป็นสัญญาณว่าแมวเป็นหมัด
อาการของแมวที่เป็นหมัด และผลกระทบต่อสุขภาพ
เมื่อหมัดแมวเข้ามากัดและดูดเลือดแมว ไม่เพียงแค่สร้างความรำคาญใจ แต่ยังมีผลกระทบต่อสุขภาพกายและพฤติกรรมของแมว ทำให้น้องแมวคันเกาผิวหนัง จนขนร่วง ชั้นผิวหนังอ่อนแอ เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคผิวหนังตามมา และยังเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะอันตรายต่าง ๆ ดังนี้
- โรคผิวหนังอักเสบจากการแพ้น้ำลายหมัด (flea allergy dermatitis; FAD): โดยทั่วไปในน้ำลายของหมัดมีสารก่อภูมิแพ้ที่ส่งผลให้น้องแมวรู้สึกคันเกาในบริเวณที่โดนหมัดกัดได้ แต่น้องแมวบางตัวจะมีการแพ้น้ำลายหมัดอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดอาการคันอย่างรุนแรง แมวขนร่วง ผิวหนังแดง มีสะเก็ดแผล และอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้
- ภาวะโลหิตจาง: หากน้องแมวมีหมัดชุกชุม หมัดจำนวนมากจะรุมดูดเลือดจนทำให้น้องแมวเลือดจางได้ สังเกตได้จากเหงือกที่มีสีซีด อาการซึม และอ่อนแรง โดยเฉพาะน้องแมวที่ยังอายุน้อยมีโอกาสเสียชีวิตได้ จึงไม่ควรมองข้ามการป้องกันเห็บหมัดในแมวอายุน้อย
- โรคพยาธิตัวตืด: หมัดแมวเป็นพาหะของพยาธิตืดแตงกวา (Dipylidium caninum) เมื่อแมวแต่งขนและเลียตัว แล้วบังเอิญกลืนตัวหมัดที่มีตัวอ่อนพยาธิเข้าไป พยาธิจะไปเจริญเติบโตในลำไส้ แย่งสารอาหารจากแมว ทำให้น้องแมวโตช้า เกิดการระคายเคืองรอบก้น ถ่ายเหลวหรือถ่ายปนพยาธิได้ นอกจากนี้พยาธิตืดแตงกวายังเป็นโรคที่สามารถติดต่อสู่คนได้
หมัดแมวอันตรายต่อคนไหม รอยกัดและความเสี่ยง
คำถามที่ทาสแมวหลายคนกังวลใจคือ หมัดแมวเข้าหูคนได้ไหม หรือ หมัดแมวกัดคน หรือเปล่า? คำตอบคือ หมัดแมวสามารถกัดคนได้ และเป็นปัญหาที่พบได้ในบ้านที่น้อง แมวเป็นหมัด
โดยทั่วไปแล้ว หมัดแมวจะไม่อาศัยอยู่บนตัวคนอย่างถาวร แต่พวกมันอาจติดต่อสู่คนได้เมื่อเราอาศัยใกล้ชิดกับน้องแมว โดย ตุ่มหมัดกัด ลักษณะ จะเป็นตุ่มแดงขนาดเล็กบริเวณที่หมัดกัด มักขึ้นเรียงกันหรือเป็นกลุ่มกระจุกตัวที่บริเวณใต้เข่าลงไป ทำให้เกิดอาการคัน นอกจากนี้ หมัดยังอาจนำพาโรคติดเชื้อบางชนิดมาสู่คน เช่น โรคพยาธิตืดแตงกวาที่ติดผ่านการเผลอกินหมัด หรือโรคแมวข่วน (Bartonellosis) มาสู่คนได้ผ่านทาง รอยแมวกัด หรือรอยข่วนที่ปนเปื้อนน้ำลายแมว
วิธีกำจัดหมัดในแมวให้ได้ผล ทำเองได้ที่บ้าน
การจะจัดการปัญหานี้ให้ราบคาบ ทาสแมวต้องใช้วิธีกําจัดหมัดแมวแบบได้ผล 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหมายถึงการกำจัดทั้งบนตัวสัตว์เลี้ยงและในสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป โดยมีขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: กำจัดหมัดบนตัวแมว
การใช้โปรแกรมกำจัดเห็บหมัดรูปแบบหยดจัดเป็นแนวทางการกำจัดหมัดบนตัวแมวที่ได้รับความนิยมที่สุด สามารถทำได้โดยการพาน้องแมวไปพบสัตวแพทย์ที่โรงพยาบาลสัตว์หรือคลินิกใกล้บ้านเพื่อให้สามารถเลือกปริมาณที่เหมาะสมจากน้ำหนักตัว โดยควรทำการป้องกันอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน เพื่อความต่อเนื่องและตัดวงจรการแพร่พันธุ์ของหมัด
ขั้นตอนที่ 2: ทำความสะอาดที่นอนและของใช้สัตว์เลี้ยง
หมั่นทำความสะอาดเบาะนอน หรือข้าวของเครื่องใช้ของน้องแมว ด้วยการซักกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและตากให้แห้ง หรืออาจเสริมการอบแห้ง เพื่อให้ความร้อนช่วยกำจัดไข่หมัด ตัวอ่อน และดักแด้ที่ซ่อนอยู่ตามเส้นใยผ้า
ขั้นตอนที่ 3: ดูดฝุ่นทั่วทุกซอกมุมของบ้าน
เนื่องจากหมัดที่เราเห็นบนตัวน้องแมวอาจเป็นเพียงแค่ 5% เท่านั้น ถ้าเทียบกับประชากรหมัดทั้งบ้าน โดยหมัดส่วนใหญ่มักอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงควรหมั่นถูพื้น หรือใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดตามพื้นบ้าน พรม โดยเฉพาะบริเวณที่แมวชอบไปนอน เมื่อดูดฝุ่นเสร็จแล้ว ให้นำถุงเก็บฝุ่นไปทิ้งนอกบ้านทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวอ่อนที่ฟักตัวแล้วกลับเข้ามาในบ้าน
ขั้นตอนที่ 4: ใช้สารกำจัดหมัด
สามารถใช้สารกำจัดหมัดถูตามพื้นผิวหรือฉีดพ่นในบริเวณบ้านและสวน โดยเฉพาะตามมุมอับ พรม และบริเวณรอบ ๆ บ้าน เพื่อยับยั้งไม่ให้ไข่และตัวอ่อนเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัย หรือหากมีการแพร่กระจายของหมัดอย่างรุนแรง อาจใช้บริการบริษัทกำจัดเห็บหมัดมืออาชีพ
ยาหยอดหมัดแมว เลือกแบบไหนดี
เชื่อว่าทาสแมวหลายคนต้องเคยมีคำถามว่า ยากําจัดเห็บหมัดแมว ยี่ห้อไหนดี ต้องบอกว่าผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัดแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน ขึ้นกับความเหมาะสมในการใช้งาน เช่น ในแมวที่อายุน้อย ควรเลือกใช้โปรแกรมที่ผ่านการรับรองว่าสามารถเริ่มใช้ได้ตั้งแต่แมวอายุน้อย อย่างไรก็ดีควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานและน่าเชื่อถือ ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
ทั้งนี้ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อให้ได้โปรแกรมป้องกันที่เหมาะที่สุดสำหรับน้องแมว โดยกลุ่ม isoxazoline ถือเป็นกลุ่มสารกำจัดเห็บหมัดที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น sarolaner ซึ่งออกฤทธิ์กำจัดหมัดได้รวดเร็วภายใน 8 ชั่วโมงหลังหยด รวมถึงสารกลุ่ม macrocyclic lactones เช่น selamectin มีคุณสมบัติในการจัดการปรสิตได้ครอบคลุมทั้งปรสิตภายในและปรสิตภายนอก ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในโปรแกรมป้องกันปรสิตสำหรับแมวรูปแบบหยดหลัง
สำหรับ ยาหยอดหมัดแมว ใช้ยังไง ให้ได้ผล มีแนวทางดังนี้
- แหวกขนบริเวณหลังคอ ซึ่งเป็นจุดที่แมวไม่สามารถเลียถึงได้ โดยผิวหนังและขนบริเวณที่หยดจะต้องไม่เป็นแผลและไม่เปียก
- จ่อปลายหลอดลงบนผิวหนังโดยตรง (ไม่ใช่บนเส้นขน)
- บีบตัวผลิตภัณฑ์ให้หมดหลอดในจุดเดียว และงดการอาบน้ำให้แมวก่อนและหลังหยด 48 ชั่วโมงเพื่อให้ผลิตภัณฑ์กระจายตัวทั่วชั้นผิวหนัง
วิธีป้องกันหมัดแมว ไม่ให้กลับมาอีก
การกำจัดหมัดที่เกิดขึ้นแล้วให้หมดจดอาจเป็นสิ่งที่ทำได้ยากถ้าเทียบกับการป้องกัน ดังนั้นการป้องกันอย่างสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญในการดูแลระยะยาว
- หยดยาป้องกันสม่ำเสมอ: ควรทำตารางการหยดยาหยอดเห็บหมัดแมว เป็นประจำทุก ๆ เดือน หรือตามรอบของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ เช่น สารกำจัดเห็บหมัดกลุ่ม sarolaner และ selamectin เป็นตัวเลือกเพื่อปกป้องเจ้าเหมียวอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน
- เลี้ยงแมวในระบบปิด: การเลี้ยงน้องแมวในบ้าน 100% ช่วยลดโอกาสที่แมวจะไปติดปรสิต เช่น เห็บ หมัดแมว ไรขี้เรื้อน ไรในหู หรือพยาธิทางเดินอาหาร จากสัตว์จร หรือสิ่งแวดล้อมภายนอก
- หมั่นตรวจเช็กสิ่งแวดล้อม: แม้เลี้ยงระบบปิด เจ้าของก็อาจนำพาหมัดเข้ามาจากนอกบ้านผ่านกางเกงหรือรองเท้าได้ ดังนั้น ควรถูพื้นดูดฝุ่นและซักทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ในบ้านให้เป็น routine ประจำวัน
นอกจากหมัดยังมีปัญหาไรหูในแมวที่น่าเป็นห่วง อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ไรในหูแมว ค่ารักษา
วงจรชีวิตของหมัดแมว ทำไมกำจัดยาก
สาเหตุที่หลายคนรู้สึกว่ากำจัดหมัดเท่าไหร่ก็ไม่หมดสิ้น และมักบ่นว่า ทำไมหายแล้วกลับมาอีก เป็นเพราะในความเป็นจริงแล้ว ตัวเต็มวัยที่อยู่บนตัวสัตว์เลี้ยงคิดเป็นเพียง 5% ของประชากรหมัดทั้งหมดในบ้าน ส่วนอีก 95% ที่เหลือซ่อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมในรูปแบบของวงจร 4 ระยะ ดังนี้
- ไข่หมัด (Egg) ใช้เวลาฟักตัวออกจากไข่ 1-10 วัน ขึ้นกับสิ่งแวดล้อม
- ตัวอ่อน (Larva) อาศัยกินเศษอึหมัดในสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เจริญเติบโต โดยใช้เวลาก่อนเจริญเป็นดักแด้ 5-20 วัน
- ดักแด้ (Pupa) มีเปลือกหุ้ม ทำให้ทนทานต่อสารเคมีได้มากกว่าระยะอื่น ๆ หมัดจะใช้เวลาเจริญเติบโตในดักแด้หลายวันหรือหลายสัปดาห์ก่อนพร้อมเข้าสู่ระยะตัวเต็มวัย โดยความร้อนและการเคลื่อนไหวของน้องแมวเป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นให้หมัดออกจากดักแด้เร็วขึ้น
- ตัวเต็มวัย (Adult) เมื่อหมัดตัวเมียขึ้นตัวน้องแมวของเราได้สำเร็จ จะทำการดูดเลือด และสามารถออกไข่ได้อย่างรวดเร็วภายใน 1-2 วัน
เพราะฉะนั้นการวางโปรแกรมกำจัดเห็บหมัดอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องจึงเป็นหัวใจหลักที่ช่วยให้กำจัดเห็บหมัดได้อย่างครบวงจร รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ออกฤทธิ์ได้เร็วก่อนที่หมัดจะออกไข่เพิ่มจำนวน เช่น กลุ่ม isoxazoline (sarolaner) และกลุ่ม macrocyclic lactones เช่น selamectin ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยตัดวงจรหมัดได้อย่างอยู่หมัด
เมื่อไหร่ควรพาแมวไปหาสัตวแพทย์
- พบสัญญาณของการมีหมัด ควรพบสัตวแพทย์เพื่อวางโปรแกรมป้องกันเห็บหมัดทันที ก่อนที่หมัดจะเพิ่มจำนวนและแพร่กระจาย
- แมวมีอาการคันเกาอย่างรุนแรง ร่วมกับมีอาการขนร่วง และผิวหนังแดงอักเสบ
- แมวมีอาการซึม อ่อนแรง เหงือกซีด ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะโลหิตจาง
- พบสัญญาณของการติดพยาธิ เช่น ถ่ายเหลว ระคายเคืองบริเวณก้น หรือถ่ายเป็นพยาธิ
- พบปัญหาร่วมอื่น ๆ เช่น แมวเกาหูอย่างรุนแรงจนสะบัดหัวบ่อย
หากมีอาการอื่นที่ไม่เกี่ยวกับหมัดแมว ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติม อ่านเพิ่มเติมที่ : แมวหายใจเร็ว ท้องกระเพื่อม
แมวเป็นหมัด ดูแลอย่างไรให้กลับมาสุขภาพดีอีกครั้ง
ปัญหาแมวเป็นหมัด ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะปัญหานี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของทั้งน้องแมวและเจ้าของ การเข้าใจ หมัดแมว ลักษณะ และวงจรชีวิต จะช่วยให้สามารถวางแผนรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัดที่ได้มาตรฐาน มีการออกฤทธิ์ที่รวดเร็ว ควบคู่ไปกับการรักษาความสะอาดภายในบ้าน จะช่วยให้เจ้าเหมียวของคุณปราศจากหมัดและมีสุขภาพที่ดีไปได้อย่างยาวนาน
หากคุณกำลังมองหาแนวทางการวางแผนควบคุมหมัด หรือปรสิตต่าง ๆ ในบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถปรึกษาสัตวแพทย์ที่คลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ใกล้บ้าน เพื่อวางโปรแกรมป้องกันและกำจัดเห็บหมัดที่เหมาะที่สุดสำหรับน้องแมวแสนรักของคุณ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหมัดแมว
หมัดแมวมาจากไหน?
หมัดแมวมักมาจากสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น สนาม หญ้า หรือสัตว์อื่น ๆ ที่แมวสัมผัส ไข่และตัวอ่อนหมัดซ่อนอยู่ในพรมและเบาะนานหลายเดือน แม้แมวในบ้านไม่ออกนอกก็อาจได้รับหมัดจากเสื้อผ้าหรือรองเท้าของเจ้าของได้
แมวมีหมัดมั้ย ดูยังไง?
สังเกตอาการเกา กัดแทะ หรือถูตัวบ่อยผิดปกติ ลองหวีขนแมวด้วยหวีซี่ถี่แล้วเช็ดบนกระดาษขาว ถ้าเห็นจุดดำเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงเมื่อถูกน้ำ นั่นคืออึหมัด แปลว่าแมวมีหมัด
หมัดแมวอยู่บนตัวคนได้ไหม?
หมัดแมวสามารถกัดคนได้แต่ไม่ชอบอาศัยบนร่างกายคน มักกัดบริเวณข้อเท้าและขาแล้วกระโดดออก แต่ถ้าอยู่ในบ้านที่มีหมัดชุก คนในบ้านก็มีโอกาสโดนกัดได้บ่อย
หมัดแมวหายเองได้ไหมถ้าไม่รักษา?
หมัดไม่หายเองตามธรรมชาติ เพราะวงจรชีวิตหมัดทำให้มีการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว หมัดตัวเมียหนึ่งตัวออกไข่ได้ถึง 50 ฟองต่อวัน หากไม่รักษาหมัดจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ และอาจแพร่ไปทั่วบ้าน
ไข่หมัดแมวมีลักษณะอย่างไร?
ไข่หมัดแมวมีขนาดเล็กมากประมาณ 0.5 มิลลิเมตร สีขาวขุ่น รูปร่างรี มองด้วยตาเปล่าได้ยาก มักพบบนเบาะนอน พรม รอยต่อพื้น หรือที่นอนสัตว์เลี้ยง การดูดฝุ่นและซักผ้านอนบ่อย ๆ ช่วยลดไข่หมัดในบ้านได้
บทความโดย: น.สพ. อิทธิพงษ์ ขำทวี





