ไรในหูแมว สาเหตุ อาการ ค่ารักษา และวิธีกำจัดให้หายขาด

ภาพประกอบไรในหูแมวและค่ารักษา

เจ้าของแมวหลายคนอาจเคยประสบปัญหาเจ้านายสะบัดหัวบ่อย เกาหูจนเป็นแผล หรือมีขี้หูสีดำเข้มคล้ายผงกาแฟ ปัญหาเหล่านี้มักมีสาเหตุมาจากไรหูแมว ซึ่งเกิดจากการติดปรสิตภายนอกตัวเล็ก ๆ ที่ชอบอาศัยและเพิ่มจำนวนอยู่ในหูของน้องแมว หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษาอาจทำให้เกิดภาวะหูอักเสบและแก้วหูทะลุได้ นอกจากนี้ไรหูยังติดต่อสู่แมวและสุนัขตัวอื่นได้ง่าย เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่เจ้าของควรรู้ เพื่อเตรียมตัวพาน้องแมวไปพบสัตวแพทย์ได้อย่างทันท่วงที บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกทั้งสาเหตุของไรในหูแมว ค่ารักษา ตลอดจนแนวทางการดูแลรักษา และวิธีการจัดการไรหูอย่างไรให้ได้ผล

Key Takeaways

  • ไรหูแมว เกิดจากการติดปรสิต Otodectes cynotis ซึ่งติดต่อผ่านการสัมผัสคลุกคลีสัตว์ที่มีไรหู โดยไรหูมีวงจรชีวิตราว 21 วัน
  • ไรหูแมว อาการสำคัญ คือแมวเกาหูบ่อย สะบัดหัวบ่อย มีขี้หูสีน้ำตาลเข้ม-ดำ ลักษณะคล้ายผงกาแฟ
  • ไรในหูแมว ค่ารักษาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 300-2,000 บาท ขึ้นอยู่กับแผนการรักษา ความรุนแรงของโรค และสถานพยาบาลสัตว์ที่เข้ารับการบริการ
  • การใช้โปรแกรมป้องกันปรสิตเป็นประจำทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการล้างหู คือวิธีการรักษาและป้องกันไม่ให้น้องแมวกลับมาเป็นไรหูซ้ำอีก

ไรในหูแมว (ไรหูแมว) คืออะไร เกิดจากอะไร?

ไรหูแมว (ear mites) หรือที่รู้จักในชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Otodectes cynotis คือ ปรสิตที่อาศัยอยู่ในช่องหูหรือผิวหนังโดยรอบของแมว มีขนาดเล็กมาก ประมาณ 0.3-0.5 มิลลิเมตร หากมองด้วยตาเปล่าจะมีลักษณะคล้ายฝุ่นเดินได้ ไรหูมีวงจรชีวิต ตั้งแต่ระยะไข่ ตัวอ่อน ตัวกลางวัย จนถึงตัวเต็มวัย ประมาณ 21 วัน ซึ่งหากไม่ได้ตัดวงจรชีวิตนี้ ตัวไรจะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยอาศัยการกัดกินเศษเซลล์และสารคัดหลั่งที่มาจาก หูแมว และผิวหนังแมวเป็นอาหาร ทำให้เกิดการระคายเคือง และสร้างขี้หูสีน้ำตาลเข้ม-ดำขึ้นมาจำนวนมาก

สาเหตุหลักที่ทำให้น้องแมวเป็นไรหูแมว เกิดจากการติดต่อโดยตรงจากการสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์ตัวอื่นที่มีไรหู เช่น การเล่นกัน การนอนร่วมกัน การแต่งขนให้กัน หรือติดต่อจากแม่แมวสู่ลูกแมวตั้งแต่อายุยังน้อย

หลายคนมักสงสัยว่า ไรในหูแมว อันตรายไหม สำหรับคน จริง ๆ แล้ว โดยธรรมชาติ มีโอกาสน้อยมากที่ไรหูแมวจะติดสู่คน แต่อย่างไรก็ดีแม้มีโอกาสน้อย เรายังควรป้องกันปรสิตเป็นประจำ ทำความสะอาดพื้นที่อยู่อาศัยและข้าวของเครื่องใช้ของน้องแมว รวมถึงรักษาความสะอาดก่อนและหลังเล่นกับน้องแมวเสมอ เพื่อลดโอกาสการติดต่อจากสัตว์สู่คน

หากกังวลว่าแมวเป็นหมัดจะเป็นอันตรายต่อคนหรือไม่ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : หมัดแมวกัดคน และ วิธีกําจัดหมัดแมว

อาการที่บ่งบอกว่าแมวเป็นไรในหู

เมื่อน้องแมวเริ่มติดไรในหู เราจะสามารถสังเกตอาการได้อย่างชัดเจน โดยสังเกตได้จากสัญญาณต่อไปนี้

  • สะบัดหัวและเกาหูบ่อยผิดปกติ: แมวจะใช้ขาหลังเกาบริเวณโคนหูอย่างรุนแรง และสะบัดหัวบ่อยๆ 
  • แมวมีขี้หู สีดํา สีน้ำตาล: ขี้หูจะมีลักษณะสีน้ำตาล-ดำ คล้ายผงกาแฟ
  • หูแมวมีกลิ่นเหม็น: การสะสมของขี้หูจะทำให้เกิดกลิ่นอับหรือกลิ่นเหม็นออกจากช่องหู โดยเฉพาะเมื่อมีการติดเชื้อแบคทีเรียหรือยีสต์แทรกซ้อน
  • ใบหูแดงและขนร่วง: การเกาอย่างรุนแรงและบ่อยครั้งส่งผลให้ผิวหนังรอบใบหูเกิดบาดแผล และพบว่าแมวขนร่ว เป็นวงกว้างรอบโคนหู
  • หัวเอียง: หากเกิดการติดเชื้อชั้นลึกเข้าไปถึงหูชั้นใน อาจพบว่าน้องแมวมีอาการหัวเอียงได้
  • ใบหูบวม: อาจพบใบหูบวมในน้องแมวที่มีอาการคันช่องหูมาก เนื่องจากการเกาอย่างรุนแรงจนทำให้เส้นเลือดในใบหูเสียหาย เกิดเป็นเลือดคั่งในใบหู (aural hematoma)

ไรในหูแมว มักทำให้มีขี้หูสีน้ำตาลเข้มหรือดำแห้งคล้ายกากกาแฟ ร่วมกับอาการคันอย่างรุนแรง แตกต่างจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราในช่องหูที่มักมีขี้หูเปียก เป็นหนอง ช่องหูชื้นอักเสบ และแมวมักเจ็บจนไม่ยอมให้จับหู ทั้งนี้ ไรในหูยังอาจทำให้เกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนได้ง่าย หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจลุกลามจนเกิดการอักเสบรุนแรง กระทบต่อหูชั้นใน การได้ยิน และการทรงตัว รวมถึงทำให้ ค่ารักษาไรในหูแมวสูงขึ้นได้ จึงควรพาแมวเข้ารับการตรวจและรักษากับสัตวแพทย์โดยเร็ว

ค่ารักษาไรในหูแมว คาดว่าเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

เมื่อพาน้องแมวไปหาหมอ เจ้าของหลายท่านอาจกังวลเรื่องค่ารักษาไรในหูแมว ว่าจะต้องเตรียมงบประมาณไว้เท่าไหร่ โดยปกติค่ารักษาไรหูแมวจะประกอบไปด้วย 4 ส่วนหลัก คือ ค่าตรวจวินิจฉัย ค่าทำความสะอาดหู ค่ายา และค่าบริการทางการแพทย์

  1. ค่าตรวจวินิจฉัย (100 – 500 บาท): สัตวแพทย์จะใช้อุปกรณ์กล้องส่องหู (otoscope) ส่องตรวจในช่องหู และ/หรือป้ายขี้หูไปส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อยืนยันการติดไรหู และตรวจหาการติดเชื้อแบคทีเรียหรือยีสต์แทรกซ้อน
  2. ค่าทำความสะอาดและล้างช่องหู (50 – 100 บาท): การล้างเอาขี้หูสีดำออกเพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น
  3. ค่ายาและผลิตภัณฑ์รักษา (200 – 1,000 บาท): เช่น ผลิตภัณฑ์หยดหลังที่มีคุณสมบัติกำจัดไรในหู
  4. ค่าบริการทางการแพทย์ (doctor fee) (0 – 500 บาท): จัดเป็นค่าบริการเมื่อสัตวแพทย์ทำการตรวจและรักษาโรค โดยมักขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลสัตว์และความเชี่ยวชาญของสัตวแพทย์

จะเห็นได้ว่า แม้จะเป็นการรักษาไรในหูเหมือนกัน แต่ค่ารักษาก็จะมีความแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลสัตว์ที่เลือก ตลอดจนความรุนแรงของโรค หากน้องแมวมีอาการรุนแรง หรือมีภาวะอื่น ๆ แทรกซ้อนจะยิ่งส่งผลให้ค่ารักษาเพิ่มสูงขึ้น โดยก่อนการตรวจรักษา สามารถขอคำปรึกษาจากสัตวแพทย์เพื่อวางแผนการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับน้องแมวของคุณ

วิธีรักษาและป้องกันไรในหูแมวให้ได้ผลถาวร

คำถามสำคัญของทาสแมว คือไรในหูแมว รักษายังไง ให้หายขาดและไม่กลับมาเป็นอีก หัวใจหลักคือการจัดการไรในหูที่มีอยู่ให้หมดจดและป้องกันการติดไรหูต่อไปในระยะยาว ซึ่งประกอบไปด้วยขั้นตอนหลัก 3 ขั้นตอน ดังนี้

  • ล้างทำความสะอาดช่องหูอย่างถูกวิธี

ใช้น้ำยาล้างหูสำหรับสัตว์เลี้ยงหยอดลงในช่องหูให้เกือบเต็มช่องหู นวดเบา ๆ ที่โคนหูประมาณ 20-30 วินาที เพื่อให้ขี้หูละลายไปกับน้ำยาล้างหู แล้วปล่อยให้แมวสะบัดหัวออก จากนั้นใช้สำลีแผ่นเช็ดทำความสะอาดบริเวณใบหู และที่สำคัญ ห้ามใช้ก้านสำลีแยงเข้าไปในรูหูลึก ๆ เพราะอาจดันขี้หูและตัวไรลงไปลึกขึ้น หรือเสี่ยงทำแก้วหูทะลุ 

  • ใช้ยาให้ครบตามระยะเวลา และครอบคลุมสมาชิกทุกตัวในบ้าน

โดยทั่วไปสารที่มีคุณสมบัติกำจัดไรหูจะออกฤทธิ์กับไรระยะตัวเต็มวัยเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์ต้านปรสิตให้ครอบคลุมระยะเวลาการเติบโตของไรหู ตั้งแต่ระยะไข่ถึงตัวเต็มวัย ซึ่งกินเวลา 3 สัปดาห์ โดยอาจใช้ในรูปแบบหยดหลัง เนื่องจากสามารถครอบคลุมทั้งไรหูที่อยู่ในช่องหูและไรหูที่อยู่นอกช่องหูได้ และควรใช้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าตัดวงจรไรหูในบ้านได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังควรใช้โปรแกรมป้องกันปรสิตกับสัตว์เลี้ยงทุกตัวในบ้าน เนื่องจากไรหูเป็นปรสิตที่ติดต่อได้ง่ายมาก แม้จะยังไม่แสดงอาการ แต่หากสัมผัสใกล้ชิดหรือใช้พื้นที่รวมกันก็อาจติดไรในหูได้โดยง่าย 

  • ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
  • หยดยาป้องกันปรสิตเป็นประจำ: แม้น้องแมวจะหายจากการมีไรในหูแล้ว แต่การใช้โปรแกรมป้องกันปรสิตเป็นประจำถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้น้องแมวหายขาดจากการมีไรหู โดยควรเลือกโปรแกรมที่มีความครอบคลุมทั้งปรสิตภายนอกและพยาธิภายในชนิดอื่น ๆ และป้องกันให้กับสัตว์เลี้ยงทุกตัวในบ้าน
  • ทำความสะอาดที่นอนและของใช้: การหมั่นรักษาความสะอาดมีส่วนช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการแพร่กระจายของปรสิตหลายชนิดในบ้าน ไม่จำกัดเพียงแค่ไรหูเท่านั้น
  • แยกแมวป่วยออกจากตัวอื่น: หากเลี้ยงแมวหลายตัว ควรแยกแมวที่เป็นไรหูออกจากตัวอื่น และนำแมวทุกตัวในบ้านมารับการรักษาด้วยโปรแกรมป้องกันปรสิต เนื่องจากไรหูติดต่อได้ง่ายและรวดเร็ว

หากพบอาการผิดปกติในแมว ควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : แมวหายใจเร็ว ตอนนอน

ดูแลไรในหูแมวตั้งแต่เนิ่น ๆ ลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายในการรักษา

ปัญหาไรในหูแมวอาจดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วกลับส่งผลคุณภาพชีวิตของน้องแมวเป็นอย่างมาก ทั้งจากอาการคัน และหากปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษาก็อาจทวีความรุนแรงเป็นการติดเชื้ออื่น ๆ ในช่องหูตามมาได้ ซึ่งยิ่งทวีค่ารักษายิ่งขึ้นไปอีกโดยไม่จำเป็น ดังนั้นการหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของน้องแมวตั้งแต่เนิ่น ๆ และพามาตรวจรักษาให้ทันท่วงทีถือเป็นการช่วยตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ให้น้องแมวได้กลับมาสบายตัวสบายใจโดยเร็วที่สุด

หากคุณเริ่มสังเกตเห็นน้องแมวเกาหูบ่อย หรือมีขี้หูสีน้ำตาลเข้ม-ดำเยอะผิดปกติ ควรรีบพาน้องแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งใช้โปรแกรมป้องกันปรสิตเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้น้องแมวปลอดภัยจากไรหู รวมถึงปรสิตชนิดอื่น ๆ ได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไรในหูแมว ค่ารักษา

ยาอะไรฆ่าไรหูแมวได้บ้าง?

ยาป้องกันปรสิตที่มีตัวยากลุ่ม isoxazolines เช่น sarolaner รวมถึงสารกลุ่ม macrocyclic lactones ได้แก่ selamectin มีคุณสมบัติในการจัดการไรหูได้ ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในโปรแกรมป้องกันปรสิตสำหรับแมวรูปแบบหยดหลัง อย่างไรก็ดีก่อนใช้ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ปลอดภัยและครอบคลุมการกำจัดไรหู

ค่ารักษาไรหูแมวที่คลินิกสัตวแพทย์ประมาณเท่าไหร่?

ค่ารักษาไรหูแมวโดยทั่วไปอยู่ที่ 300-2,000 บาท ขึ้นอยู่กับค่าตรวจวินิจฉัย ค่าบริการล้างหู ค่ายา และค่าบริการทางการแพทย์ ซึ่งอาจแตกต่างไปตามแผนการรักษา ความรุนแรงของโรค และสถานพยาบาลสัตว์ที่เข้ารับการบริการ

ไรในหูแมวหายเองได้ไหม?

ไรหูแมวไม่สามารถหายเองได้และต้องรักษาด้วยยา หากปล่อยทิ้งไว้จะลุกลามและทำให้หูแมวอักเสบรุนแรง อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียหรือยีสต์แทรกซ้อน หรือแก้วหูทะลุในกรณีรุนแรง ดังนั้นควรรักษาตั้งแต่เริ่มสังเกตเห็นอาการแต่เนิ่น ๆ

ไรหูแมวติดคนได้ไหม?

โดยทั่วไปไรหูแมว (Otodectes cynotis) ไม่ค่อยติดคน แต่มีรายงานที่หายากว่าทำให้คนเกิดอาการคันได้ชั่วคราว ควรล้างมือหลังจับแมวที่ติดเชื้อ และรักษาแมวให้หายก่อนสัมผัสใกล้ชิด

บทความโดย: น.สพ. อิทธิพงษ์ ขำทวี